คลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระภาษี

คลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระภาษี

คุณสมบัติหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระภาษีอากร
  1. คุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้ง
    1. เป็นผู้ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็นผู้จัดตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรมหรือ
    2. เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ใช้พื้นที่ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป
  2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจัดตั้ง
    1. สถานที่ขอจัดตั้งจะต้องอยู่ในบริเวณที่อธิบดีกรมศุลกากรเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้สะดวก และเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่า 200 ไร่
    2. อาณาเขตที่ขอจัดตั้งจะต้องมีรั้วล้อมรอบ ประตูเข้า-ออก และอาคารต้องมั่นคงแข็งแรง เว้นแต่โดยสภาพของกิจการไม่จำเป็นต้องมีรั้วหรือโดยสภาพแวดล้อมสามารถดำเนินการก่อสร้างสิ่งอื่นทดแทนรั้วได้
    3. จะต้องจัดให้มีระบบสาธารณูปโภคสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่จำเป็นและห้ามมิให้จัดที่อยู่อาศัยภายในเขตคลังฯ
    4. ต้องจัดให้มีอาคารสถานที่สิ่งก่อสร้าง เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์สำนักงาน ดังนี้
      • 1 สถานที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่ทำการสำนักงานศุลกากร โดยมีอุปกรณ์สำนักงานและเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการบริหารสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรและระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange : EDI) หรือระบบควบคุมที่ทันสมัยอย่างอื่นตามที่กรมศุลกากรกำหนด และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบควบคุมสินค้าของผู้ประกอบการภายในเขตคลังฯ ตามมาตรฐานที่กรมศุลกากรกำหนด และอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน เท่าที่จำเป็น
      • สถานที่ตรวจของเข้า-ออก อยู่ในบริเวณเดียวหรือบริเวณใกล้เคียงกับสำนักงานศุลกากรที่มีพื้นที่เพียงพอกับการปฏิบัติงาน พร้อมจัดให้มีเครื่องชั่งน้ำหนักและเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจของตามที่กรมศุลกากรกำหนด
      • สถานีตรวจสอบ (Checking Post) ตั้งอยู่ในบริเวณที่เหมาะสมแยกช่องทางเข้าและออก ซึ่งแต่ละช่องทางเข้า-ออก อย่างน้อยต้องมีความกว้างช่องละ 3 เมตร และมีเครื่องอำนวยความสะดวก เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ทันสมัยและจำเป็นในการควบคุมและการปฏิบัติงาน เช่น โทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่มีความสามารถในการบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์และ/หรือสิ่งของที่ผ่านเข้า-ออก โดยสามารถเปิดตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 60 วัน เป็นต้น ทั้งนี้ ตามความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด
    5. จะต้องทำการดูแลรักษาสถานที่ระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้จัดให้มีไว้ใช้ดังกล่าวข้างต้น และจะต้องดูแลข้อมูลคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบได้ตลอดเวลา รวมตลอดถึงการปรับปรุงแก้ไข การพัฒนาระบบ และการจัดหาเพิ่มเติมตามที่กรมศุลกากรกำหนด
    6. ผู้ได้รับอนุมัติให้เปิดดำเนินการเขตคลังฯ จะต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนต่อกรมศุลกากรตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด เพื่อรับรองว่าจะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกรมศุลกากร

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอจัดตั้งเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระภาษีอากร
  1. แบบคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้นฉบับ 1 ชุด
  2. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท และทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ออกให้ล่าสุด หรือไม่เกิน 6 เดือน
  3. สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 20)
  4. สำเนาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน, นส. 3, หนังสืออนุญาตให้มีสิทธิในการบริหารจัดการในที่ดินหรือพื้นที่ขอจัดตั้ง เป็นต้น
  5. งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว (3 ปีย้อนหลัง)
  6. ภาพถ่ายประกอบการพิจารณาโดยจัดทำภาพถ่ายโปสการ์ดสี แล้วติดกระดาษ A4 หน้าละ 2 ภาพ พร้อมพิมพ์คำบรรยายใต้ภาพทุกภาพ 1 ชุด
  7. แบบแปลนแผนผังโดยใช้พิมพ์เขียวขนาด A2 (ไม่เกิน 40x60 ซม.) ต้นฉบับ 4 ชุด
  8. หนังสือรับรองจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้เป็นผู้จัดตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรม หรือ หนังสือรับรองจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ใช้พื้นที่ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป
  9. รายละเอียดประกอบการพิจารณา
    • โครงการดำเนินงาน วัตถุประสงค์ และประเภทของกิจการที่จะเข้ามาดำเนินการในเขตคลังฯ
    • แผนงาน แผนการบริหารจัดการและระยะเวลาที่ใช้ดำเนินการจัดสร้างสิ่งปลูกสร้างสาธารณูปโภค
    และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ รวมถึงการดูแลรักษาและซ่อมแซม
    • แผนการเงินและแหล่งเงินทุน
    • โครงการที่จะขยายได้ในอนาคต (ถ้ามี)
    • มาตรการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เช่น มาตรการกำจัดมลภาวะ เป็นต้น
    • อื่นๆ เช่น ผลที่เกิดจากการดำเนินการที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ
    หมายเหตุ :
    • เอกสารข้อ 1 ให้ใช้แบบฟอร์มตามประกาศกรมศุลกากร
    • เอกสารข้อ 1-6 ให้จัดทำสำเนา 1 ชุด
    • เอกสารต้นฉบับและสำเนาทุกแผ่นให้ผู้มีอำนาจลงนามประทับตราบริษัท
ประกาศกรมศุลกากรที่เกี่ยวข้อง : ประกาศกรมศุลกากรที่ 22/2547

คุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตคลังฯ
  1. เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมหรือการค้าระหว่างประเทศ เช่น การผลิต การค้า การกระจายสินค้า คลังสินค้า การบรรจุหรือแบ่งบรรจุ การขนถ่ายสินค้า การแสดงสินค้าและนิทรรศการ การบำรุงรักษาและงานวิศวกรรม การวิจัยและพัฒนาของผู้ประกอบการภายใน เขตคลังฯ
  2. มีฐานะทางการเงินมั่นคงและเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินที่ขอประกอบกิจการในเขตคลังฯ
  3. ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรจากการตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี นับแต่วันยื่นคำขอ

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตคลังฯ
  1. จะต้องจัดให้มีอุปกรณ์สำนักงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบควบคุมบัญชีแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Inventory Control) เกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก ของคงเหลือในสถานประกอบกิจการในเขตคลังฯ ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบ Electronic Data Interchange : EDI ของกรมศุลกากรตามที่ กรมศุลกากรกำหนด และต้องดูแลข้อมูลคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบได้ตลอดเวลา รวมตลอดถึงการปรับปรุง แก้ไข การพัฒนาระบบ และการจัดหาเพิ่มเติมตามที่กรมศุลกากรกำหนด
  2. ต้องยินยอมและให้ความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรปฏิบัติหน้าที่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ตลอดเวลา
  3. ต้องปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากร ระเบียบปฏิบัติกรมศุลกากร และคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่ศุลกากร
  4. ต้องชำระค่าธรรมเนียมประจำปีตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อประกอบกิจการในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระภาษีอากร
  1. แบบคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้นฉบับ 1 ชุด
  2. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท และทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ออกให้ล่าสุด หรือไม่เกิน 6 เดือน
  3. สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 20)
  4. สำเนาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน, นส. 3, หนังสืออนุญาตให้มีสิทธิในการบริหารจัดการในที่ดินหรือพื้นที่ขอจัดตั้ง เป็นต้น
  5. งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว (3 ปีย้อนหลัง)
  6. ภาพถ่ายประกอบการพิจารณาโดยจัดทำภาพถ่ายโปสการ์ดสี แล้วติดกระดาษ A4 หน้าละ 2 ภาพ พร้อมพิมพ์คำบรรยายใต้ภาพทุกภาพ 1 ชุด
  7. แบบแปลนแผนผังโดยใช้พิมพ์เขียวขนาด A๒ (ไม่เกิน 40x60 ซม.) ต้นฉบับ 4 ชุด
  8. เอกสารแสดงรายละเอียดประกอบการพิจารณา
    • วัตถุประสงค์
    • ประเภทของกิจการ
    • แผนงาน
    • แหล่งเงินทุน
    • อื่น ๆ
  9. หนังสือยินยอมจากผู้ได้รับอนุมัติจัดตั้งเขตคลังฯ ให้ประกอบกิจการในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระทางภาษีอากร
  10. หมายเหตุ :
    • เอกสารข้อ 1 ให้ใช้แบบฟอร์มตามประกาศกรมศุลกากร
    • เอกสารข้อ 1-6 ให้จัดทำสำเนา 1 ชุด
    • เอกสารต้นฉบับและสำเนาทุกแผ่นให้ผู้มีอำนาจลงนามประทับตราบริษัท

การตรวจสอบสิทธิประโยชน์คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภททั่วไป ในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  1. รายงานทางบัญชีที่กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดทำ
    1. รายงานของที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (คทบ. 14)
    2. รายงานของที่นำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (คทบ. 15)
    3. รายงานบัญชีแยกประเภท (คทบ. 16)
    4. รายงานของคงเหลือ (คทบ. 17)
    5. รายงานของที่นำเข้าเก็บ นำออก และคงเหลือในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (คทบ. 18)
    6. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ตรวจสอบบัญชี ปีละ 2 งวด งวดบัญชีละ 6 เดือน (งวดแรก 1 มกราคม 30 มิถุนายน งวดสอง 1 กรกฎาคม 31 ธันวาคม) ทั้งนี้ภายใน 15 วันนับจากวันสิ้นงวด และให้เก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่กรมศุลกากรกำหนดให้มีขึ้น หลักฐานการควบคุมทะเบียนบัญชี ไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวก แก่การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจสอบ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรรับรองเอกสารและหลักฐานนั้น และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
  2. การเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
    • ของที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ต้องแยกประเภทหมวดหมู่และเว้นช่องทางให้สามารถตรวจสอบได้โดยสะดวกทั่วถึง โดยจัดทำหลักฐานทางบัญชีกำกับของไว้ และพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบได้ตลอดเวลา
    • การตรวจนับของคงเหลือ กำหนดให้ตรวจนับ ปีละ 2 ครั้ง ในกรณีที่ผลการตรวจนับของเจ้าหน้าที่พบว่าวัตถุดิบขาดหาย/เกินไม่ตรงกับบัญชี และ/หรือมีของที่เก็บรักษาในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ เกินกำหนด ให้ผู้ประกอบการชำระค่าภาษีอากร และค่าปรับตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  3. การจัดส่งงบการเงิน
  4. กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดส่งงบการเงินกำหนดให้ผู้ประกอบการจัดส่งงบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ แสดงผลการดำเนินงานประจำปี ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแล้ว ภายใน 180 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี กับฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  5. การวางหลักทรัพย์ค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  6. ในกรณีที่กรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน การดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ให้ผู้ประกอบการนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งเรื่องจากกรมศุลกากร
  7. ระเบียบปฏิบัติ และ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง
    1. ประกาศกรมศุลกากรที่ 22/2547 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 เรื่อง ระเบียบเกี่ยวกับเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระทางภาษีอากร
    2. ประกาศสำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่ 13/2557 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 เรื่อง การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าและคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าที่จัดตั้งขึ้นใน เขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระทางภาษีอากร

การตรวจสอบสิทธิประโยชน์คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ในเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  1. รายงานทางบัญชีที่กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดทำ
    1. รายงานของที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ (คทบ.1)
    2. รายงานของที่นำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ (คทบ.2)
    3. ใบขอตัดบัญชีวัตถุดิบที่นำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ (คทบ.3)
    4. รายงานบัญชีแยกประเภท (คทบ.4)
    5. รายงานของคงเหลือประจำงวด (คทบ.5)
    6. รายงานการเคลื่อนไหวของวัตถุดิบ (คทบ.6)
    7. แบบสรุปการใช้วัตถุดิบประจำงวดบัญชี (คทบ. 7)
    8. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ตรวจสอบบัญชี ปีละ 2 งวด งวดบัญชีละ 6 เดือน (งวดแรก 1 มกราคม 30 มิถุนายน งวดสอง 1 กรกฎาคม 31 ธันวาคม) ทั้งนี้ภายใน 15 วันนับจากวันสิ้นงวด และให้เก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่กรมศุลกากรกำหนดให้มีขึ้น หลักฐานการควบคุมทะเบียนบัญชี ไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวก แก่การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจสอบ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรรับรองเอกสารและหลักฐานนั้น และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
  2. การเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  3. ของที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ต้องแยกประเภท เป็นหมวดหมู่ และเว้นช่องทางให้สามารถตรวจสอบได้โดยสะดวกและทั่วถึง ต้องแยกสถานที่สำหรับวัตถุดิบ ของที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนการผลิต และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปออกไว้เป็นสัดส่วน หากนำของในประเทศมาใช้ร่วมผลิตด้วย ก่อนที่จะนำไปใช้ต้องเก็บแยกไว้โดยเอกเทศ การตรวจนับของคงเหลือ กำหนดให้ตรวจนับอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ในกรณีที่ผลการตรวจนับของเจ้าหน้าที่พบว่าวัตถุดิบขาดหายไม่ตรงกับบัญชี และ/หรือมีของที่เก็บรักษาในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ เกินกำหนด ให้ผู้ประกอบการชำระค่าภาษีอากร และค่าปรับตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ในกรณีที่ผลการตรวจนับพบว่าวัตถุดิบเกินบัญชีให้ผู้ประกอบการปรับปรุงยอดคงเหลือตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  4. การจัดส่งงบการเงิน
  5. กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดส่งงบการเงินกำหนดให้ผู้ประกอบการจัดส่งงบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ แสดงผลการดำเนินงานประจำปี ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแล้ว ภายใน 180 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี กับฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  6. การวางหลักทรัพย์ค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  7. ในกรณีที่กรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน การดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ให้ผู้ประกอบการนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งเรื่องจากกรมศุลกากร
  8. การยื่นสูตรการผลิต
  9. กำหนดให้ผู้ประกอบการยื่นสูตรการผลิต ก่อนการยื่นใบขนสินค้าขาออก หรือการโอน หรือจำหน่ายของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ และต้องยื่นแก้ไขสูตรการผลิตทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้ที่ ฝ่ายตรวจสอบสูตรการผลิต ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน และให้คำนวณปริมาณของของซึ่งนำเข้ามาใช้ผลิตเป็นสินค้า ตามสัดส่วนที่ปรากฏในสูตรการผลิตที่เห็นชอบแล้ว
    เอกสารหลักฐานที่ต้องนำมาแสดงประกอบด้วย
    1. รายชื่อวัตถุดิบ รหัสวัตถุดิบ หน่วยวัตถุดิบ ปริมาณการใช้ วัตถุดิบที่นำเข้า รวมส่วนสูญเสีย (ถ้ามี) หากวัตถุดิบรายการใดมีชื่อทางการค้าให้กำหนดรหัส ลำดับชื่อทางการค้าของแต่ละรายการวัตถุดิบ ทั้งนี้ หน่วยวัตถุดิบต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่รับรองโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อใช้สำหรับการบริหารการค้าและการขนส่ง
    2. รายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผลิต
    3. กรรมวิธีการผลิต พร้อมตัวอย่างวัตถุดิบและตัวอย่างผลิตภัณฑ์ตามควรแก่กรณี ข้อมูลการผลิต แบบพิมพ์เขียว Drawing หรือรูปถ่ายของผลิตภัณฑ์ Size Spec (กรณีเสื้อผ้าสำเร็จรูป) พร้อมทั้ง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีรายละเอียดข้อมูลตามรูปแบบที่กรมศุลกากรกำหนด เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
    4. กรณีผู้ประกอบการยื่นแก้ไขเพิ่มเติมสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน และต้องยื่นสำเนาคู่ฉบับสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้วเพื่อพิจารณาด้วย ตัวอย่างวัตถุดิบและตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ยื่นพร้อมกับสูตรการผลิต เมื่อได้ทำการพิสูจน์และอนุมัติสูตรการผลิตเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ประกอบการขอรับคืนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุมัติสูตรการผลิต หากไม่รับคืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ฝ่ายตรวจสอบสูตรการผลิต จะดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป
  10. ระเบียบปฏิบัติ และ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง
    1. ประกาศกรมศุลกากรที่ 22/2547 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 ระเบียบเกี่ยวกับเขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระทางภาษีอากร
    2. ประกาศสำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่ 13/2557 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 เรื่อง การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าและคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าที่จัดตั้งขึ้นใน เขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระทางภาษีอากร
 

วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 21 กรกฎาคม 2560 14:02:31
จำนวนผู้เข้าชม : 2,294
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ สำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร (สลท. สสอ.)
กรมศุลกากร เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110
หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2667-7047
อีเมล์ : 82000100@customs.go.th

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ อยู่ภายใต้ประกาศเงื่อนไขการใช้ข้อมูล และลิขสิทธิ์ของกรมศุลกากร การใช้งานข้อมูลใด ๆ บนเว็บไซต์ ให้ใช้ได้ตามที่เว็บไซต์จัดรูปแบบไว้ให้เท่านั้น
ลิขสิทธิ์ 2015 กรมศุลกากร สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด @ออกแบบและพัฒนาโดยส่วนประมวลผลและคลังข้อมูล สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร