การนำเข้า-ส่งออกสัตว์เลี้ยง

การนำเข้าส่งออกสัตว์เลี้ยง ของผู้โดยสารในลักษณะที่นำมาพร้อมกับตน

"สัตว์มีชีวิต" เป็นของต้องกำกัด ดังนั้น สัตว์เลี้ยงที่ผู้โดยสารนำติดตัวเข้ามาด้วย ไม่ได้รับยกเว้นอากร และต้องได้รับอนุญาตนำเข้าจากกรมปศุสัตว์จึงจะนำเข้าได้ ซึ่งมีรายละเอียดและขั้นตอน ดังต่อไปนี้


หมายเหตุ : ข้อมูลเพิ่มเติมการขอใบอนุญาตฯ ที่ กรมปศุสัตว์ http://www.dld.go.th

การนำเข้าสัตว์เลี้ยง ณ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ขั้นตอนการนำเข้าสัตว์เลี้ยง ณ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  1. ขั้นตอนการนำเข้าสัตว์เลี้ยง
    1. การขอใบอนุญาตนำเข้าสัตว์ ผู้นำเข้ายื่นแบบคำขออนุญาตนำสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร ณ ด่านกักกันสัตว์/ด่านตรวจสัตว์น้ำ/ด่านตรวจสัตว์ป่า ประจำท่าที่นำเข้า ตามแต่ละชนิดของสัตว์ที่จะนำเข้า โดยต้องยื่นคำขอล่วงหน้าก่อนการนำเข้า
    2. การผ่านพิธีการทางศุลกากร โดยผู้นำเข้าสามารถจัดทำใบขนสินค้าขาเข้าได้ 2 ประเภท ดังนี้
      1. ใบขนสินค้าขาเข้าพิเศษฯ (กศก.102) มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
        1. ผู้นำเข้ายื่นใบขนสินค้าขาเข้าพิเศษฯ (กศก.102) แสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรพร้อมหลักฐานประกอบดังนี้
          1. บัตรประจำตัว/หนังสือเดินทาง (PASSPORT)
          2. ต้นฉบับหรือสำเนาใบตราส่งสินค้าทางอากาศยาน (AIR WAYBILL)
          3. ใบแจ้งอนุมัตินำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าและผ่านราชอาณาจักร (ร.6) และใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (ร.7)
        2. เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบความถูกต้องของใบขนสินค้าฯ และเอกสารประกอบ พร้อมประเมินราคาและค่าภาษีอากร
        3. ผู้นำเข้าหรือตัวแทน ชำระค่าภาษีอากร
        4. นำสัตว์เลี้ยงมาพบเจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อตรวจปล่อย
      2. ใบขนสินค้าขาเข้า (กศก.99/1) มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
        1. ผู้นำเข้าส่งข้อมูลใบขนสินค้าเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร พร้อมชำระค่าภาษีอากร ให้ครบถ้วน
        2. ระบบคอมพิวเตอร์ศุลกากรสั่งการตรวจเป็น "ให้เปิดตรวจ" และจะกำหนดชื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรผู้รับผิดชอบการตรวจปล่อยโดยอัตโนมัติ
        3. ในกรณีด่านกักกันสัตว์/ด่านตรวจสัตว์น้ำ/ด่านตรวจสัตว์ป่า ขอทำการตรวจสอบของก่อนการตรวจปล่อยสินค้า ให้ผู้นำเข้าติดต่อคลังสินค้าเพื่อเตรียมของให้หน่วยงานดังกล่าวทำการตรวจสอบให้แล้วเสร็จ
        4. เจ้าหน้าที่ศุลกากรผู้ได้รับมอบหมาย ตรวจสอบสินค้า พิกัด ราคาและใบอนุญาตนำเข้า หากไม่พบความผิด เจ้าหน้าที่จะบันทึกผลการตรวจในระบบฯ ซึ่งจะตอบกลับให้คลังสินค้าทราบถึงการตรวจปล่อยสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากรแล้ว เพื่อให้ผู้นำเข้าติดต่อรับของกับคลังสินค้าต่อไป
      หมายเหตุ ใบอนุญาตนำเข้า (แบบ ร.6, ร.7) ต้องออกให้ก่อนวันนำเข้า หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบว่าใบอนุญาตที่สำแดงนั้นออกหลังวันนำเข้า จะพิจารณาความผิดฐานนำของต้องกำกัดเข้ามาก่อนได้รับใบอนุญาตฯ อันเป็นความผิดตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 โดยเปรียบเทียบปรับร้อยละ 10 ของราคาของ ไม่น้อยกว่า 1,000.- บาท แต่ไม่เกิน 20,000.- บาท โดยไม่คำนึงถึงว่าของนั้นๆ จะต้องเสียอากรหรือไม่

  2. กรณีนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นการชั่วคราว
    1. ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นใบขนสินค้าขาเข้าพิเศษฯ (กศก.102) แสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร พร้อมหลักฐานประกอบ ดังนี้
      1. หนังสือเดินทาง (PASSPORT)
      2. ต้นฉบับหรือสำเนาใบตราส่งสินค้าทางอากาศยาน (AIR WAYBILL)
      3. ใบแจ้งอนุมัตินำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าและผ่านราชอาณาจักร (ร.6) และใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (ร.7)
      4. หลักฐานอื่นๆ ที่แสดงความเป็นเจ้าของ
    2. ทำสัญญาประกันและทัณฑ์บนว่าจะส่งออกไปภายใน 6 เดือน นับแต่วันนำของเข้าตามแบบที่กำหนด โดยระบุด่านศุลกากรที่จะส่งกลับออกไป
    3. เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจปล่อยสัตว์เลี้ยงและมอบสำเนาประกันทัณฑ์บน เพื่อไว้ใช้เป็นหลักฐานประกอบการส่งออกต่อไป

ขั้นตอนการส่งออกสัตว์เลี้ยง ณ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ขั้นตอนการผ่านพิธีการส่งออกสัตว์เลี้ยง ณ สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ส่งสินค้าสามารถดำเนินการด้วยตนเองได้โดยปฎิบัติ ดังนี้
  1. ขอใบอนุญาตการส่งออกสัตว์ ผู้ส่งสินค้าต้องดำเนินการขออนุญาตส่งออกสัตว์หรือแบบ สป.5 หรือ สป.6 (ตามแต่ประเภทของสัตว์ป่าที่ส่งออก) รวมถึงขอใบอนุญาตนําสัตว์หรือซากสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร (ร. 9) และหนังสือรับรองสุขภาพ และหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) (หนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ขึ้นอยู่กับความต้องการของ ประเทศปลายทางซึ่งผู้ออกจะต้องนำเงื่อนไขการรับรองที่ต้องการมาหารือกับสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ช่วยเหลือในการตรวจสอบโรคสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และอื่นๆ ตามเงื่อนไขที่กําหนดให้ถูกต้อง)
  2. ติดต่อจองระวางสินค้ากับสายการบินให้เรียบร้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ส่งออกสินค้าว่าต้องการ ใช้บริการสายการบินใด
  3. ลงทะเบียนการใช้ระบบ e-Customs ได้ที่ทำการศุลกากรทั่วประเทศ สำหรับการลงทะเบียน ณ เขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถดำเนินการได้ที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป ชั้น 2 อาคารสำนักงานศุลกากร ตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BC-1) โทร 0-2134-1232
  4. ส่งข้อมูลใบขนสินค้า ผู้ส่งออกสามารถส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออก ได้ 4 ช่องทาง ได้แก่
    1. ผู้ส่งออกส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออกด้วยตนเอง
    2. ผู้ส่งออกมอบหมายให้ตัวแทนออกของ (Custom Broker) เป็นผู้ส่งข้อมูลแทน
    3. ผู้ส่งออกใช้เคาน์เตอร์บริการ(Service Counter) ในการส่งข้อมูล โดยสามารถติดต่อ Counter Services ได้ที่ชั้นลอย ศูนย์อาหาร อาคาร BC-2 & P2 และที่อาคาร AO 1-4 เพื่อส่งข้อมูลใบขนสินค้าและข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค
    4. ผู้ส่งออกใช้บริการส่งข้อมูลโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ฝ่ายบริการศุลกากร 2.1 ส่วนบริการศุลกากร 2 อาคาร CE ชั้น 1 โดยผู้ส่งออกยื่นรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับใบขนสินค้า พร้อมบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง และชําระค่าธรรมเนียมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร
  5. ผ่านพิธีการส่งออก ให้ผู้ส่งของออกหรือตัวแทนแสดงใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอากาศยานพร้อมใบอนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ ออกนอกราชอาณาจักร (ร.9) (และหรือในอนุญาต CITES ขึ้นอยู่กับชนิดของสัตว์ป่าที่ต้องการส่งออก) รวมถึงหนังสือรับรองสุขภาพ และหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) ให้แก่เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อมูลอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะดำเนินการ ดังนี้
    1. กรณียกเว้นการตรวจ (Green Line) เจ้าหน้าที่ศุลกากรลงลายมือชื่อ ประทับตราชื่อ และวันเดือนปี ในใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอากาศยาน
    2. กรณีเปิดตรวจ (Red Line) ระบบจะกำหนดชื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร เพื่อเปิดตรวจสินค้า ตามระเบียบและกฎหมายศุลกากร เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสินค้าถูกต้องครบถ้วนแล้วเจ้าหน้าที่ จะลงลายมือ ประทับตราชื่อ และวันเดือนปี ในใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอากาศยาน
เมื่อผ่านกระบวนการข้างต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะคืนใบกำกับการขนย้ายสินค้าให้ผู้ส่งออกหรือตัวแทนเพื่อ นำสัตว์ไปที่ยังคลังสินค้า และดำเนินการตรวจชั่งน้ำหนักเพื่อรับบรรทุกต่อไป



ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ อยู่ภายใต้ประกาศเงื่อนไขการใช้ข้อมูล และลิขสิทธิ์ของกรมศุลกากร การใช้งานข้อมูลใด ๆ บนเว็บไซต์ ให้ใช้ได้ตามที่เว็บไซต์จัดรูปแบบไว้ให้เท่านั้น
ลิขสิทธิ์ 2015 กรมศุลกากร สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด @ออกแบบและพัฒนาโดยส่วนประมวลผลและคลังข้อมูล สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร