คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.)

คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.)

คุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้ง คสท. คลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.)
  1. ผู้ขออนุมัติจัดตั้ง คสท. จะต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล หรือ บริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 หรือ บริษัทจำกัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  2. กรณีที่เป็นบริษัทจำกัด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ประสงค์จะขอจัดตั้ง คสท. ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา จะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระมูลค่าหุ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ในเขตพื้นที่อื่นจะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระมูลค่าหุ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
  3. ผู้ขออนุมัติจัดตั้ง คสท. ต้องไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร จากการตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอ

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.)
  1. แบบคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้นฉบับ 1 ชุด
  2. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท และทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ออกให้ล่าสุด หรือไม่เกิน 6 เดือน
  3. สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 20)
  4. สำเนาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน, นส. 3, หนังสืออนุญาตให้มีสิทธิในการบริหารจัดการในที่ดินหรือพื้นที่ขอจัดตั้ง เป็นต้น
  5. งบการเงินที่ผู้สิบบัญชีรับรองแล้ว (3 ปีย้อนหลัง)
  6. ภาพถ่ายประกอบการพิจารณาโดยจัดทำภาพถ่ายโปสการ์ดสี แล้วติดกระดาษ A4 หน้าละ 2 ภาพ พร้อมพิมพ์คำบรรยายใต้ภาพทุกภาพ 1 ชุด
  7. แบบแปลนแผนผังโดยใช้พิมพ์เขียวขนาด A๒ (ไม่เกิน 40x60 ซม.) ต้นฉบับ 4 ชุด
  8. เอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน ดังนี้
    1. วิธีการเก็บรักษาและระบบรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาของใน คสท.
    2. เงื่อนไขในการเก็บรักษาและเอาของออกจาก คสท.
    3. ระบบควบคุมของใน คสท.
    4. ระบบการขนส่งเพื่อนำของเข้าในหรือออกจาก คสท.
  9. เอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับ คสท.
หมายเหตุ :
  • เอกสารข้อ 1 ให้ใช้แบบฟอร์มตามประกาศกรมศุลกากร
  • เอกสารข้อ 1-6 ให้จัดทำสำเนา 1 ชุด
  • เอกสารต้นฉบับและสำเนาทุกแผ่นให้ผู้มีอำนาจลงนามประทับตราบริษัท
ประกาศกรมศุลกากรที่เกี่ยวข้อง :?ประกาศกรมศุลกากรที่ 23/2547

การตรวจสอบสิทธิประโยชน์คลังสินค้าทัณฑ์บน
  1. รายงานทางบัญชีที่กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดทำ
    1. รายงานของที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (คทบ. 14)
    2. รายงานของที่นำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (คทบ. 15)
    3. รายงานบัญชีแยกประเภท (คทบ. 16)
    4. รายงานของคงเหลือ (คทบ. 17)
    5. รายงานของที่นำเข้าเก็บ นำออก และคงเหลือในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป (คทบ. 18)
    6. กำหนดการจัดส่งบัญชี ปีละ 2 งวด งวดบัญชีละ 6 เดือน (งวดแรก 1 มกราคม 30 มิถุนายน งวดสอง 1 กรกฎาคม 31 ธันวาคม) ทั้งนี้ภายใน 15 วันนับจากวันสิ้นงวด และให้เก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่กรมศุลกากรกำหนดให้มีขึ้น หลักฐานการควบคุมทะเบียนบัญชี ไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวก แก่การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจสอบ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรรับรองเอกสารและหลักฐานนั้น และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
  2. การเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
    • ของที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ ต้องจัดแยกประเภทเป็นหมวดหมู่ เว้นช่องทางให้สามารถตรวจสอบได้โดยสะดวกสำหรับของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่น และของภายในประเทศที่ไม่มีค่าภาษีอากรให้นำเข้าไปเก็บเพื่อแสดงในสถานที่สำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการโดยตรง มิให้นำเข้าเก็บในสถานที่เก็บสินค้า
    • การตรวจนับของคงเหลือ กำหนดให้ตรวจนับ ปีละ 2 ครั้ง ในกรณีที่ผลการตรวจนับของเจ้าหน้าที่พบว่าวัตถุดิบขาดหายไม่ตรงกับบัญชี และ/หรือมีของที่เก็บรักษาในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ เกินกำหนด ให้ผู้ประกอบการชำระค่าภาษีอากร และค่าปรับตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  3. การจัดส่งงบการเงิน
  4. กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดส่งงบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ แสดงผลการดำเนินงานประจำปี ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแล้ว ภายใน 180 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี กับฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  5. การวางหลักทรัพย์ค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
    • ในกรณีที่กรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน การดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ให้ผู้ประกอบการนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งเรื่องจากกรมศุลกากร
    • กรณีคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ดำเนินการมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี และผลการดำเนินงานจากงบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับรองว่า เป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลัง 3 ปีบัญชีติดต่อกันและไม่มียอดขาดทุนสะสม ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขอผ่อนผัน การวางค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ที่ ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
    • กรณีคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ดำเนินการมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์อย่างอื่นในการวางค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ แทนหนังสือค้ำประกันของธนาคารได้ที่ ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน

  6. ระเบียบปฏิบัติ และ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง
    1. ประกาศกรมศุลกากรที่ 23/2547 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 เรื่อง ระเบียบเกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าหรือนิทรรศการ (คสท.)
    2. ประกาศสำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่ 10/2557 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 เรื่อง การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานของคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป และคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไปสำหรับจัดแสดงสินค้าและนิทรรศการ (คสท.)
 




เว็บบราวเซอร์บนอุปกรณ์ของท่านไม่รองรับการแสดงไฟล์ PDF

คลิกตรงนี้เพื่อดาวน์โหลด


 

วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 21 กรกฎาคม 2560 14:00:20
จำนวนผู้เข้าชม : 2,296
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ สำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร (สลท. สสอ.)
กรมศุลกากร เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110
หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2667-7047
อีเมล์ : 82000100@customs.go.th

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ อยู่ภายใต้ประกาศเงื่อนไขการใช้ข้อมูล และลิขสิทธิ์ของกรมศุลกากร การใช้งานข้อมูลใด ๆ บนเว็บไซต์ ให้ใช้ได้ตามที่เว็บไซต์จัดรูปแบบไว้ให้เท่านั้น
ลิขสิทธิ์ 2015 กรมศุลกากร สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด @ออกแบบและพัฒนาโดยส่วนประมวลผลและคลังข้อมูล สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร