Page 10 - PowerPoint Presentation
P. 10

8



                            รูปที่ 1 ภาพแสดงแลตทิสพารามิเตอร์ (www.tutorvista.com)
















                            ค่าแลตทิสพารามิเตอร์ที่ใช้ส าหรับการอ้างอิงถึงระบบผลึกต่าง ๆ จะใช้สัญลักษณ์ a, b,

              c, α, β และ γ โดยที่ความยาวตามแกน x, y และ z เป็น a, b, c มุมที่เกิดระหว่างแกน y-z, x-z และ
              x-y เรียก α, β และ γ ตามล าดับ นอกจากนี้ยังมีตัวแปรอื่น ๆ ที่จ าเป็นคือ ดัชนีมิลเลอร์ (Miller
              index) ที่ใช้สัญลักษณ์เป็น (h k l) และค่าระยะห่างระหว่างระนาบของผลึกใด ๆ (d-spacing)

              ใช้สัญลักษณ์เป็น d hkl  โดยที่ดัชนีมิลเลอร์ (h k l) สามารถหาได้จากส่วนกลับของจุดตัดระนาบผลึกที่
              สนใจบนแกน x y z ตามล าดับ
                            สารตัวอย่างที่เป็นผลึกจะมีการจัดเรียงตัวของอะตอมภายในโครงสร้างอย่างเป็น

              ระเบียบ อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดด้วยกฎของแบร็กก์ (Bragg’s  law) การเกิดการเลี้ยวเบนของรังสี
              ผ่านชั้นอิเล็กตรอนในผลึก  โดยเสนอแนวคิดบนพื้นฐานของการสะท้อนของรังสี X ดังนี้ ผลึกประกอบไป

              ด้วยชั้นหรือระนาบของอะตอมซึ่งสะท้อนคลื่นที่ตกกระทบ โดยที่มุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อน
              หากความแตกต่างระหว่างทางเดินคลื่น (Path difference) มีค่าเป็นจ านวนเท่าของความยาวคลื่นที่ตก
              กระทบ คลื่นจะสะท้อนออกไปดังรูปที่ 2 (เป็นไปตามสมการกฎของแบร็กก์)



                                            2d sin ө = nλ
                                               hkl

                            โดยที่        d hkl  คือ ระยะห่างระหว่างระนาบ (h k l)

                                          Ө คือ มุมตกกระทบของรังสีเอ็กซ์ที่ท ากับผิวหน้าผลึก
                                          n คือ เลขจ านวนเต็มมีค่าเท่ากับ 1, 2, 3, …….

                                          λ คือ ความยาวคลื่นของรังสีเอ็กซ์


                    รูปที่ 2 การเลี้ยวเบนของรังสีเอ็กซ์ผ่านชั้นอิเล็กตรอนในผลึกตามกฎของแบร็กก์
   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15