Page 9 - PowerPoint Presentation
P. 9

7





                            หลักการของเครื่อง X-Ray Diffractometer (XRD)
                            หลักการของเครื่อง X-Ray Diffractometer (XRD)


                      จากการที่หน่วยงานวิเคราะห์สินค้าได้จัดซื้อเครื่อง X-Ray Diffractometer (XRD) :

              Olympus TERRA Portable XRD ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์เชิงจ าแนก (identify) พร้อม

              โปรแกรมค านวณปริมาณสารด้วย SIROQUANT Analysis ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีพื้นฐานจาก Rietveld

              refinement


                      เทคนิคของ Portable XRD นี้อาศัยหลักการของการยิงรังสี X จากแหล่งพลังงานชนิด

              Cobalt source ที่ให้ความยาวคลื่น (Lambda = 1.78897) ไปกระทบชิ้นงาน ท าให้เกิดการ
              เลี้ยวเบนของรังสี X เกิดพีคที่มุมต่าง ๆ ขององศา 2-theta ซึ่งเป็นไปตามกฎ Bragg’s Law และจาก

              เทคนิค X-Ray Powder Diffraction Data Analysis จะได้ค่า d-spacing ซึ่งเป็นค่าเฉพาะตัวของ

              สาร ท าให้สามารถบ่งบอกชนิดของสารประกอบที่มีในตัวอย่าง และสามารถน ามาศึกษารายละเอียด

              เกี่ยวกับโครงสร้างผลึกของสารตัวอย่างนั้น ๆ ได้ จากนั้นน ามาค านวณหาปริมาณของสารประกอบแต่

              ละชนิด (phase) ด้วยโปรแกรม SIROQUANT Analysis


              จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อยิงรังสี X ออกไป


                      เกิดการเลี้ยวเบนของรังสี X ที่ตกกระทบหน้าผลึกของสารตัวอย่างที่มุมต่าง ๆ กัน ผลการ

              ทดสอบจะแสดงในรูปของกราฟที่บันทึกระหว่างค่าสัญญาณความเข้มของรังสีเอ็กซ์ที่วัดได้

              (Intensity) กับมุมที่ท าการวัด 2ө (2-theta) โดยน าต าแหน่งพีคใน data base ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่
              เก็บรวบรวมโดยองค์กรที่มีชื่อว่า The International Centre for Diffraction Data (ICDD) มาจ าลอง

              เทียบกับต าแหน่งพีคของตัวอย่างที่วัดได้ จะสามารถระบุองค์ประกอบหลักในสสารที่ไม่ทราบชนิดได้

              โดยสสารแต่ละชนิดจะมีขนาดของ Unit Cell ที่ไม่เท่ากันท าให้รูปแบบ (Pattern) ของการเลี้ยวเบน

              รังสี X ที่ออกมาไม่เท่ากันด้วย โดยระบบผลึก (Crystal System) เป็นหน่วยเล็กที่สุดเรียกหน่วยเซลล์
              (unit cell) ด้วยการตั้งแกน 3 แกนขนานกับพื้นผิวของผลึกใน 3 มิติ เรียก Crystallographic Axes

              ตามแกน x, y และ z  โดยใช้ parameters 6 ตัวเป็นตัวจ าแนกระบบของผลึก ได้แก่ a, b, c และ α, β,

              γ ตามล าดับ ดังในรูปที่ 1
   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14