มกราคม 2557
25
ด่
านศุ
ลกากรหนองคาย เป็
นด่
านศุ
ลกากรทางบกมี
เขตแดนไทยติ
ดกั
บ
สาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาว มี
แม่
น้
ำ
�โขงเป็
นเส้
นกั
้
นเขตแดน ในอดี
ตเป็
น
“ด่
านเก็
บภาษี
” ตั
้
งขึ
้
นเมื
่
อปี
พ.ศ. 2458 ขึ
้
นอยู
่
กั
บข้
าหลวงปกครอง (เจ้
าเมื
องหนองคาย)
ในปี
เดี
ยวกั
นนั
้
นเอง ได้
มี
การโอนด่
านเก็
บภาษี
จากกระทรวงมหาดไทยไปขึ
้
นกั
บกระทรวง
พระคลั
งมหาสมบั
ติ
สั
งกั
ดกรมสรรพากร จนกระทั
่
งปี
พ.ศ. 2462 ได้
มี
การโอนด่
านเก็
บ
ภาษี
จากกรมสรรพากรไปขึ
้
นกั
บกรมศุ
ลกากร ตั
้
งแต่
นั
้
นมา “ด่
านภาษี
หนองคาย”
จึ
งสั
งกั
ดกรมศุ
ลกากรและในปี
2481 ได้
มี
กฎกระทรวงการคลั
ง ฉบั
บที
่
2 ลงวั
นที
่
30 มกราคม พ.ศ. 2481 กำ
�หนดเขตด่
านศุ
ลกากรหนองคาย และกำ
�หนดให้
ด่
านศุ
ลกากร
หนองคาย เป็
นท่
าหรื
อที
่
สำ
�หรั
บการนำ
�ของเข้
าและส่
งของออกได้
ทุ
กประเภท อี
กทั
้
งได้
มี
กฎกระทรวงการคลั
ง ฉบั
บที
่
10 ลงวั
นที
่
25 พฤษภาคม พ.ศ. 2486 กำ
�หนดด่
าน
พรมแดนท่
าบ่
อ ซึ
่
งตั
้
งอยู
่
ที
่
อำ
�เภอท่
าบ่
อ จั
งหวั
ดหนองคาย ขึ
้
นกั
บด่
านศุ
ลกากรหนองคาย
ในระยะแรกได้
ฝากให้
กรมสรรพากรเป็
นผู
้
ดู
แลด่
านศุ
ลกากรหนองคาย จนกระทั
่
งปี
พ.ศ. 2485 กรมศุ
ลกากรได้
แต่
งตั
้
งนายสิ
ทธิ
สิ
ทธิ
พงษ์
ไปปฏิ
บั
ติ
หน้
าที
่
นายด่
านศุ
ลกากร
เป็
นคนแรก
แต่
เดิ
มที
่
ทำ
�การด่
านศุ
ลกากรหนองคายตั
้
งอยู
่
ที
่
ท่
าเรื
อตลาดหลวง ตำ
�บลใน
เมื
อง อำ
�เภอเมื
อง จั
งหวั
ดหนองคาย เป็
นอาคาร 2 ชั
้
น สร้
างขึ
้
นในปี
พ.ศ. 2493 ชั
้
น
บนเป็
นที
่
ทำ
�การของสำ
�นั
กงานศุ
ลกากรภู
มิ
ภาคที
่
2 ส่
วนชั
้
นล่
างเป็
นที
่
ทำ
�การของด่
าน
ศุ
ลกากรหนองคาย และด่
านตรวจพื
ชจั
งหวั
ดหนองคาย แต่
เนื
่
องจากพื
้
นที
่
คั
บแคบพ่
อค้
า
ประชาชนไม่
ได้
รั
บความสะดวกเท่
าที
่
ควร ประกอบกั
บอาคารดั
งกล่
าวได้
รั
บการอนุ
รั
กษ์
เป็
นอาคารประวั
ติ
ศาสตร์
ไม่
สามารถปรั
บปรุ
งเพิ
่
มเติ
มได้
ด่
านศุ
ลกากรหนองคายจึ
งได้
ย้
ายไปอยู
่
ที
่
ศู
นย์
ราชการจั
งหวั
ดหนองคาย ตั
้
งอยู
่
ที
่
ถนนมิ
ตรภาพ อำ
�เภอเมื
อง จั
งหวั
ด
หนองคาย ตั
้
งแต่
วั
นที
่
9 ตุ
ลาคม พ.ศ. 2535
ประวั
ติ
ด่
านศุ
ลกากรหนองคาย
ด่
านศุ
ลกากรหนองคายปรั
บโฉมด่
านพรมแดน
รองรั
บเออี
ซี
ที
่
คาดว่
าจะมี
จำ
�นวนคนเข้
า-ออกปี
ละ
5 ล้
านคน
ด่
านศุ
ลกากรหนองคายเร่
งก่
อสร้
างปรั
บปรุ
งด่
าน
พรมแดนสะพานมิ
ตรภาพไทย-ลาวเพื
่
อรองรั
บการเข้
าสู
่
ประชาคมเศรษฐกิ
จอาเซี
ยน (AEC) หวั
งเพิ
่
มประสิ
ทธิ
ภาพ
การตรวจแบบ “แยกคน-แยกของ” เผยจะมี
ประชาชนผ่
าน
เข้
า-ออกด่
านจำ
�นวนมากกว่
า 5 ล้
านคนต่
อปี
นายอั
สนี
เรื
องบุ
ญ นายด่
านศุ
ลกากรหนองคาย
กล่
าวว่
า ขณะนี
้
อยู
่
ระหว่
างการก่
อสร้
างและปรั
บปรุ
งอาคาร
ภายในด่
านพรมแดนสะพานมิ
ตรภาพไทย-ลาว แห่
งที
่
1
ปรั
บโฉมด่
านพรมแดน รองรั
บเออี
ซี
โดยใช้
งบประมาณจากการพั
ฒนากลุ
่
มจั
งหวั
ดภาคตะวั
นออก
เฉี
ยงเหนื
อตอนบน 1 (อุ
ดรธานี
หนองบั
วลำ
�ภู
หนองคาย เลย
และบึ
งกาฬ) จำ
�นวน 19 ล้
านบาท ซึ
่
งปั
จจุ
บั
นก่
อสร้
างแล้
วเสร็
จ
ไปประมาณ 80% คาดว่
าจะแล้
วเสร็
จในเดื
อนมิ
ถุ
นายน 2557
“หลั
งการก่
อสร้
างแล้
วเสร็
จสมบู
รณ์
ผู
้
โดยสารทั
้
งหมด
และผู
้
ใช้
รถยนต์
ส่
วนบุ
คคลจะต้
องลงมาผ่
านการตรวจทั
้
งหมด
ทั
้
งคนและสิ
่
งของ ทั
้
งขาเข้
าและขาออก ส่
วนบู
ทที
่
อยู
่
ตรงกลาง
ด่
านจะตรวจเฉพาะคนขั
บและรถเท่
านั
้
น
ซึ
่
งจะทำ
�ให้
การตรวจมี
ประสิ
ทธิ
ภาพและมี
ความ
สะดวกมากขึ
้
น เป็
นการตรวจแบบ “แยกคนและแยกของออก
จากงานยานพาหนะ”