Page 9 - Customs Anual Report 2017
P. 9

พระธรรมนูญน่า*ที่ราชการ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ”  ความเปลี่ยนแปลงก็คือ ได้เกิดสงครามโลก ครั้งที่ 1 ตั้งแต่
               ขึ้นเมื่อรัตนโกสินทร์ศก 109 (พ.ศ. 2433) และมีข้อก�าหนดให้  ปี พ.ศ. 2457 – 2461 เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลงมีการตั้ง
               กระทรวงพระคลังมหาสมบัติมีหน้าที่จ่ายและรักษาเงิน  สันนิบาตชาติขึ้น ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกและถือโอกาส
               แผ่นดิน รวมทั้งราชพัสดุทั้งปวง ตลอดจนรักษาพระราชทรัพย์ ร้องขอให้มีการยกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมแก่ไทย ในเรื่อง
               ของแผ่นดินทั้งหมด เก็บและรับผิดชอบเงินภาษีอากรและ  อัตราภาษีศุลกากรร้อยชักสามและเรื่องอื่นๆ ได้เป็นผลส�าเร็จ
               เงินขึ้นต่อแผ่นดินตลอดพระราชอาณาจักร แบ่งหน่วยงาน     ในครั้งนั้นรัฐบาลไทยได้ร่างกฎหมาย วางระเบียบ
               ออกเป็น 13 กรม โดยมีกรมศุลกากรเป็นกรมหนึ่งใน วิธีการศุลกากรขึ้นฉบับหนึ่ง ส่งไปหารือกับรัฐบาลนานาประเทศ
               แผนก “กรมเจ้าจ�านวนเก็บเงินภาษีอากร” มีหน้าที่เก็บเงิน ที่มีสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีท�าไว้กับประเทศไทย

               ภาษีอากรขาเข้าขาออก ซึ่งเก็บจากผู้บรรทุกสินค้าออกไป  เพื่อขอความเห็นชอบ  และในที่สุดสามารถตราเป็น
               ต่างประเทศและที่บรรทุกเข้ามาขายในประเทศ         พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 ได้ส�าเร็จ
                     ในปี พ.ศ. 2435 ได้มีการปรับปรุงส่วนราชการภายใน เป็นฉบับแรก
               กระทรวงพระคลังมหาสมบัติอีกครั้ง ซึ่งได้ก�าหนดให้กรมที่  การเติบโตของด้านศุลกากร ซึ่งเป็นไปตามความ
               มีหน้าที่จัดเก็บภาษีอากร โดยตรง 3 กรม คือ กรมสรรพภาษี  เปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองและของโลกนั้น เมื่อถึง ช่วงก่อน
               กรมสรรพากร และกรมศุลกากร โดยกรมศุลกากรมีหน้าที่เก็บ สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้เริ่มมีการวางแผนที่จะต้องสร้าง
               ภาษีขาเข้าและขาออก พร้อมกับมีการตราข้อบังคับส�าหรับ สถานที่ท�าการแห่งใหม่ให้เหมาะสมกับการท�างานแต่ยัง

               การศุลกากร พ.ศ. 2435 เพื่อก�าหนดแบบธรรมเนียมในการ มิได้ทันด�าเนินการก็เกิดสงครามโลกเสียก่อน และมารื้อฟื้น
               เก็บภาษีสินค้าขาเข้าและขาออก                    โครงการใหม่เมื่อปลาย พ.ศ. 2492 ตามโครงการบูรณะการ
                     ในช่วงระยะเวลานับแต่นี้ถือว่าเป็นประวัติความ ท่าเรือแห่งประเทศไทย ในสมัยที่ ม.จ.วิมวาทิตย์ ระพีพัฒน์
               ก้าวหน้าด้านศุลกากรที่ส�าคัญ อันเป็นผลมาจาก การปรับปรุง เป็นอธิบดีกรมศุลกากร ตึกที่ท�าการกรมศุลกากร ซึ่งท�าการ
               ราชการในกรมศุลกากร นับแต่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ   ก่อสร้างในบริเวณท่าเรือกรุงเทพฯ อยู่ในบริเวณต�าบล
               ให้หม่อมเจ้าพร้อม ที่ต่อมาภายหลังคือ พระวรวงศ์เธอ   คลองเตย มีทรวดทรงสถาปัตยกรรมแบบไทย โดยนายจรัล
               พระองค์เจ้าพร้อมพงศ์อธิราช มาด�ารงต�าแหน่งอธิบดี  สาระนาค และนายสนิท ฉิมโฉม ร่วมกันออกแบบ มีพิธีเปิด
               กรมศุลกากร โดยอาจวัดได้จากเงินภาษีที่สามารถเก็บได้เพิ่มขึ้น  ตึกที่ท�าการ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2497 และยังคงใช้
               ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 – 2460 นั้น มีจ�านวนเพิ่มมากขึ้นถึง 10 เท่า เป็นสถานที่ท�าการของกรมศุลกากรมาจนถึงปัจจุบัน

                     ถึงแม้กรมศุลกากรจะสามารถเก็บเงินภาษีเป็นเงิน    ในปัจจุบันกรมศุลกากรพัฒนาบทบาทและหน้าที่
               รายได้แผ่นดินมากขึ้นดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับ  จากเดิมที่เน้นการจัดเก็บภาษีอากรจากของที่น�าเข้ามา
               รายได้และรายจ่ายทั้งหมดเพื่อน�าไปพัฒนาประเทศแล้ว   ในและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร มาเป็นการมุ่งเน้น
               ก็ยังนับว่าไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ยังมีสาเหตุมาจากระบบภาษีอากร  ที่จะพัฒนาส่งเสริมด้านการค้าระหว่างประเทศ การอ�านวย
               ซึ่งได้แก่ ภาษีศุลกากร ที่ยังคงต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันในสนธิ ความสะดวกทางการค้า และการปกป้องสังคม กรมศุลกากร
               สัญญาไม่เสมอภาคตั้งแต่ พ.ศ. 2399 เป็นต้นมา ท�าให้รายได้ จึงมีการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนา
               จากการเก็บภาษีศุลกากรมีไม่มากเท่าที่ควร         ระบบงาน การน�าเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ ตลอดจน

                     นับแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  พัฒนาประสิทธิภาพของข้าราชการให้มีความสอดคล้อง
               เป็นต้นมา จึงได้มีความพยายามที่จะแก้ไขสนธิสัญญา  กับการเปลี่ยนแปลงไปของยุคสมัย
               ที่ไม่เสมอภาคมาโดยล�าดับ และเหตุการณ์ส�าคัญที่ก่อให้เกิด

                                                               หมายเหตุ : ส�ารับ* เป็นภาษากฎหมายโบราณ แสดงในราชกิจจานุเบกษา
                                                                      น่า* เป็นภาษากฎหมายโบราณ แสดงในราชกิจจานุเบกษา
                Annual Report 2017   The Customs Department                                                7
   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14