Page 25 - Customs Bulletin August 2015
P. 25

3. ไมค่ วรลอกเนอ้ื งานมาทง้ั ดนุ้ เชน่ เปน็ นติ กิ รทไี่ ดร้ บั มอบหมายใหพ้ จิ ารณาคดลี กั ลอบหนศี ลุ กากรคดหี นง่ึ กไ็ มค่ วร

คดั ลอกขอ้ มลู ตามFile ทตี่ นเปน็ ผดู้ ำ� เนนิ การมาทง้ั หมด แตต่ อ้ งมกี ารปรบั ปรงุ บา้ ง เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมกบั รปู แบบของการเขยี น
ผลงาน เชน่ ไม่ตอ้ งมกี ารแบ่งเป็น “ความเปน็ มา” “ข้อเทจ็ จริง” และ “ขอ้ เสนอเพอ่ื พจิ ารณา” เหมือนกับการเสนองาน
ตอ่ ผบู้ ริหาร แตค่ วรจะสรปุ เป็นเรือ่ งๆ ไป เช่น ควรจะระบวุ า่ ผู้เขยี นผลงานได้รบั มอบหมายจากใคร ให้ทำ� อะไร และสิ่งที่
ได้รับมอบหมายให้ท�ำ (เน้ืองาน) คืออะไร มีผลส�ำเร็จอย่างไร เช่น ตามตัวอย่างข้างต้น ผู้เขียนผลงานควรระบุว่า
ตนไดร้ บั มอบหมายจากหวั หนา้ ฝา่ ยฯ ใหเ้ ปน็ เจา้ ของคดี พจิ ารณาเรอื่ งการลกั ลอบหนศี ลุ กากรทส่ี ง่ มาจากสำ� นกั สบื สวนและ
ปราบปราม ซงึ่ ตนพจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ขอ้ เทจ็ จรงิ นน้ั เขา้ ขา่ ยเปน็ การลกั ลอบหนศี ลุ กากรตามกฎหมายอยา่ งไร และความเหน็
ทางกฎหมายดังกล่าว ได้รับการพิจารณาจาก ผอ.ส่วน แล้วว่าเห็นชอบ จึงแสดงว่าผลงานเกิดความส�ำเร็จแล้ว
ทงั้ ด้านคุณภาพและปรมิ าณ คือ.............................. เปน็ ตน้

	 4. การเขยี นใหเ้ หน็ เนอื้ งานของผขู้ อรบั การประเมนิ มคี วามสำ� คญั เพราะเปน็ หวั ใจในการใหค้ ะแนนวา่ บคุ คลดงั กลา่ ว

มีความรู้ความสามารถอย่างไร ส่ิงท่ีพบมาก คือ ส่วนใหญ่ผู้เขียนผลงานจะเขียนมาว่า ผลงานเร่ืองน้ันต้องใช้ความรู้
ความสามารถอะไรบ้าง ต้องใช้กฎหมายอะไรบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาอธิบายผลงานของตนกลับพูดสั้นๆ ว่า ได้พิจารณา
แล้วเห็นวา่ ................... คอื สรุปไปเลย โดยไมไ่ ดแ้ สดงให้เห็นวา่ ที่สรุปเชน่ น้ัน ปรับขอ้ เท็จจรงิ กับขอ้ กฎหมายตรงไหน
อย่างไร ผู้อ่านจึงไม่เห็นผลงานที่เป็นการใช้ความรู้ความสามารถของเจ้าของผลงาน ท้ังๆ ที่เจ้าของผลงานน่าจะมี
ความรูค้ วามสามารถเปน็ อย่างมาก

	 5. ในส่วนของข้อเสนอแนวคิดเพ่ือพัฒนางาน ส่วนใหญ่มักจะบรรยายภาพกว้างของหน่วยงานที่ตนสังกัด

อย่างละเอียด เช่น บรรยาย หน้าที่ ความรับผิดชอบของหน่วยงานและความส�ำคัญของงาน ตลอดจนยกระเบียบ
ปฏบิ ตั มิ าใสอ่ ยา่ งครบถว้ น และจบลงโดยไมส่ ามารถเขา้ ใจไดว้ า่ เจา้ ของผลงานตอ้ งการเสนอแนวคดิ เพอ่ื พฒั นานนั้ อยา่ งไร
เพอื่ อะไร ดงั นน้ั ในการเสนอแนวคดิ เพอ่ื พฒั นางานจงึ ตอ้ งสอื่ สารกอ่ นวา่ งานทต่ี นทำ� คอื งานอะไร และงานนนั้ มขี อ้ บกพรอ่ ง
หรือมีส่วนท่ีควรพัฒนาตรงไหน และตนมีข้อเสนอหรือแนวคิดในการพัฒนางานนั้นอย่างไร โดยมีตัวชี้วัดที่ “วัดได้”
อยา่ งไร บางคนเคยโทรศพั ทม์ าถามวา่ หนว่ ยงานทต่ี นสงั กดั อยไู่ มม่ อี ะไรตอ้ งพฒั นาหรอื หากตอ้ งพฒั นากม็ ผี อู้ น่ื นำ� ไปเขยี น
ผลงานหมดแล้ว จึงไม่เหลืออะไรให้เขียนอีกจะให้ท�ำอย่างไร ผู้เขียนเห็นว่า การพัฒนางานไม่น่ามีวันส้ินสุดเพราะมี
ความเปลยี่ นแปลงเกดิ ขนึ้ ทกุ วนั ดงั นนั้ จงึ ควรพจิ ารณาวา่ ในขณะนน้ั มอี ะไรเกดิ ขนึ้ และเมอื่ เกดิ แลว้ กระทบตอ่ ประสทิ ธภิ าพ
การทำ� งานอยา่ งไร ก็หาแนวทางหรอื ขอ้ เสนอแนะเพื่อพฒั นางานน้นั ต่อไป มนั ต้องมีสกั เรอื่ งสิน่า !!!

                                             25
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30