คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ

คลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ

คุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ
  1. เป็นผู้ที่ดำเนินกิจการอู่ซ่อมหรือสร้างเรือหรือส่วนของเรือ ซึ่งมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย เกินร้อยละ 50 เว้นแต่ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
  2. เป็นผู้มีความสามารถในการซ่อมหรือสร้างเรือเดินทะเล หรือส่วนของเรือเดินทะเลที่มีขนาดเกิน 60 ตันกรอสขึ้นไป โดยมีหนังสือรับรองความสามารถจากสำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ
  1. แบบคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้นฉบับ 1 ชุด
  2. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท และทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ออกให้ล่าสุด หรือไม่เกิน 6 เดือน
  3. สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 20)
  4. สำเนาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน, นส. 3, หนังสืออนุญาตให้มีสิทธิในการบริหารจัดการในที่ดินหรือพื้นที่ขอจัดตั้ง เป็นต้น
  5. งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว (3 ปีย้อนหลัง)
  6. ภาพถ่ายประกอบการพิจารณาโดยจัดทำภาพถ่ายโปสการ์ดสี แล้วติดกระดาษ A4 หน้าละ 2 ภาพ พร้อมพิมพ์คำบรรยายใต้ภาพทุกภาพ 1 ชุด
  7. แบบแปลนแผนผังโดยใช้พิมพ์เขียวขนาด A2 (ไม่เกิน 40x60 ซม.) ต้นฉบับ 4 ชุด
  8. ใบอนุญาตตั้งโรงงาน และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
  9. หนังสือรับรองจากสำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี ว่าด้วยขีดความสามารถในการซ่อมหรือสร้างเรือเดินทะเล หรือส่วนของเรือเดินทะเลที่มีขนาดเกินกว่า 60 ตันกรอสขึ้นไป
  10. หมายเหตุ :
    • เอกสารข้อ 1 ให้ใช้แบบฟอร์มตามที่กรมศุลกากรกำหนด สามารถ download ได้จาก website กรมศุลกากร
    • เอกสารข้อ 1-6 ให้จัดทำสำเนา 1 ชุด
    • เอกสารต้นฉบับและสำเนาทุกแผ่นให้ผู้มีอำนาจลงนามประทับตราบริษัท
ประกาศกรมศุลกากรที่เกี่ยวข้อง : ประกาศกรมศุลกากรที่ 21/2547

การตรวจสอบสิทธิประโยชน์คลังสินค้าทัณฑ์บน
  1. รายงานทางบัญชีที่กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดทำ
    1. รายงานวัตถุดิบนำเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บน (คทบ.30)
    2. รายงานสรุปการใช้วัตถุดิบคงคลัง (คทบ.31) (กรณีนำเข้าเป็นของคงคลังมิได้ระบุสัญญาซ่อมหรือสร้างเรือ)
    3. รายงานสรุปการใช้วัตถุดิบเพื่อซ่อม/สร้าง (คทบ.32) (กรณีนำเข้าตามสัญญาซ่อมหรือสร้างเรือ)
    4. ใบเบิกวัตถุดิบ (คทบ.33)
    5. ใบส่งคืนวัตถุดิบเข้าบัญชีคงคลัง (คทบ.33/1) (กรณีมีวัตถุดิบที่เบิกใช้คงเหลือเกินกว่าจำนวนที่ใช้จริง)
    6. รายงานการส่งออกหรือส่งมอบเรือ (คทบ.34)
    7. รายงานของคงเหลือ (คทบ. 35)
    8. กำหนดการจัดส่งรายงานทางบัญชีเป็นรายไตรมาส งวดบัญชีละ 3 เดือน โดยมีรอบระยะเวลาของการรายงานตามวันที่เข้าตรวจนับของคงเหลือ กล่าวคือให้ถือวันตรวจนับของคงเหลือในงวดบัญชีก่อนเป็นวันต้นงวดและวันตรวจนับของคงเหลือในงวดบัญชีต่อมา เป็นวันสิ้นงวดบัญชี กำหนดการตรวจนับของคงเหลือ ภายในวันที่ 25 ของเดือนมีนาคม หรือ มิถุนายน หรือ กันยายน หรือ ธันวาคม ถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทั้งนี้ภายใน 15 วันนับจากวันสิ้นงวด และให้เก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่กรมศุลกากรกำหนดให้มีขึ้น หลักฐานการควบคุมทะเบียนบัญชี ไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวก แก่การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจสอบ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรรับรองเอกสารและหลักฐานนั้น และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
  2. การเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
    • ของที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ ต้องแยกเก็บของที่มีสัญญาจ้าง กับของคงคลัง ออกจากกัน และต้องจัดแยกประเภทเป็นหมวดหมู่ และเว้นช่องทางให้พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถตรวจสอบได้โดยสะดวกและทั่วถึง
    • การตรวจนับของคงเหลือ กำหนดให้ตรวจนับเป็นรายไตรมาส ในกรณีที่ผลการตรวจนับของเจ้าหน้าที่พบว่าวัตถุดิบขาดหายไม่ตรงกับบัญชี และ/หรือมีของที่เก็บรักษาในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ เกินกำหนด ให้ผู้ประกอบการชำระค่าภาษีอากร และค่าปรับตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ในกรณีที่ผลการตรวจนับพบว่าวัตถุดิบเกินบัญชีให้ผู้ประกอบการปรับปรุงยอดคงเหลือตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  3. การจัดส่งงบการเงิน
  4. กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดส่งงบการเงิน ตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ แสดงผลการดำเนินงานประจำปี ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแล้ว ภายใน 180 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี กับฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  5. การวางหลักทรัพย์ค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
    • ในกรณีที่กรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน การดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ให้ผู้ประกอบการนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งเรื่องจากกรมศุลกากร
    • กรณีคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ดำเนินการมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี และผลการดำเนินงานจากงบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับรองว่า เป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลัง 3 ปีบัญชีติดต่อกันและไม่มียอดขาดทุนสะสม ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขอผ่อนผัน การวางค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ที่ ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
    • กรณีคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ดำเนินการมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์อย่างอื่นในการวางค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ แทนหนังสือค้ำประกันของธนาคารได้ที่ ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  6. ระเบียบปฏิบัติ ที่เกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ
    1. ประกาศกรมศุลกากรที่ 21/2547 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2547 เรื่อง ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อมหรือสร้างเรือ
    2. ประกาศสำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่ 11/2557 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 เรื่อง การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานของคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับอู่ซ่อม หรือสร้างเรือ
 




เว็บบราวเซอร์บนอุปกรณ์ของท่านไม่รองรับการแสดงไฟล์ PDF

คลิกตรงนี้เพื่อดาวน์โหลด


 

วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 21 กรกฎาคม 2560 14:00:56
จำนวนผู้เข้าชม : 1,968
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ สำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร (สลท. สสอ.)
กรมศุลกากร เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110
หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2667-7047
อีเมล์ : 82000100@customs.go.th

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ อยู่ภายใต้ประกาศเงื่อนไขการใช้ข้อมูล และลิขสิทธิ์ของกรมศุลกากร การใช้งานข้อมูลใด ๆ บนเว็บไซต์ ให้ใช้ได้ตามที่เว็บไซต์จัดรูปแบบไว้ให้เท่านั้น
ลิขสิทธิ์ 2015 กรมศุลกากร สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด @ออกแบบและพัฒนาโดยส่วนประมวลผลและคลังข้อมูล สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร