คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า

คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า

คุณสมบัติของผู้ขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า
  1. เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัท มหาชน จำกัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ. 2535
  2. เป็นนิติบุคคลซึ่งจัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
  3. เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองหรือมีสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย
  4. ต้องไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องย้อนหลัง 3 ปี นับแต่วันยื่นคำขอ

เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า
  1. แบบคำขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้นฉบับ 1 ชุด
  2. ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท และทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ออกให้ล่าสุด หรือไม่เกิน 6 เดือน
  3. สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 20)
  4. สำเนาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับที่ดิน เช่น โฉนดที่ดิน, นส. 3, หนังสืออนุญาตให้มีสิทธิในการบริหารจัดการในที่ดินหรือพื้นที่ขอจัดตั้ง เป็นต้น
  5. งบการเงินที่ผู้สิบบัญชีรับรองแล้ว (3 ปีย้อนหลัง)
  6. ภาพถ่ายประกอบการพิจารณาโดยจัดทำภาพถ่ายโปสการ์ดสี แล้วติดกระดาษ A4 หน้าละ 2 ภาพ พร้อมพิมพ์คำบรรยายใต้ภาพทุกภาพ 1 ชุด
  7. แบบแปลนแผนผังโดยใช้พิมพ์เขียวขนาด A2 (ไม่เกิน 40x60 ซม.) ต้นฉบับ 4 ชุด
  8. ใบอนุญาตตั้งโรงงาน ใบอนุญาตขยายโรงงาน ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของกระทรวงอุตสาหกรรม
  9. สัญญาเช่าที่ดินโรงงาน
  10. ข้อมูลการนำเข้าและส่งออกจากใบขนสินค้าขาเข้าและขาออกย้อนหลังจากเดือนที่ยื่นคำขอ 6 เดือน ถ้าเป็นบริษัทตั้งใหม่ใช้ข้อมูลประมาณการล่วงหน้า 2 ปี
  11. เอกสารชี้แจง
    • ขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตสินค้า
    • ชี้แจงวิธีการควบคุมวัตถุดิบสินค้าระหว่างผลิตและสินค้าสำเร็จรูป
    • วิธีการควบคุมทางด้านบัญชี
  12. บัตรส่งเสริมการลงทุน (ถ้ามี)
หมายเหตุ :
  • เอกสารข้อ 1 ให้ใช้แบบฟอร์มตามประกาศกรมศุลกากร
  • เอกสารข้อ 1-6 ให้จัดทำสำเนา 1 ชุด
  • เอกสารต้นฉบับและสำเนาทุกแผ่นให้ผู้มีอำนาจลงนามประทับตราบริษัท
ประกาศกรมศุลกากรที่เกี่ยวข้อง : ประกาศกรมศุลกากรที่ 5/2547

การตรวจสอบสิทธิประโยชน์คลังสินค้าทัณฑ์บน
  1. รายงานทางบัญชีที่กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดทำ
    1. รายงานของที่นำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ (คทบ.1)
    2. รายงานของที่นำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ (คทบ.2)
    3. ใบขอตัดบัญชีวัตถุดิบที่นำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ (คทบ.3)
    4. รายงานบัญชีแยกประเภท (คทบ.4)
    5. รายงานของคงเหลือประจำงวด (คทบ.5)
    6. รายงานการเคลื่อนไหวของวัตถุดิบ (คทบ.6)
    7. แบบสรุปการใช้วัตถุดิบประจำงวดบัญชี (คทบ. 7)
    8. กำหนดการจัดส่งบัญชีเป็นรายไตรมาส งวดบัญชีละ 3 เดือน (งวดแรก 1 มกราคม 31 มีนาคม งวดสอง 1 เมษายน - 30 มิถุนายน งวดสาม 1 กรกฎาคม 30 กันยายน งวดสุดท้าย 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม) ทั้งนี้ภายใน 15 วันนับจากวันสิ้นงวด และให้เก็บรักษาเอกสารและหลักฐานที่กรมศุลกากรกำหนดให้มีขึ้น หลักฐานการควบคุมทะเบียนบัญชี ไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สะดวก แก่การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะตรวจสอบ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรรับรองเอกสารและหลักฐานนั้น และพร้อมที่จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
      กรณีที่นิติบุคคลใดได้รับอนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทโรงผลิตสินค้ามากกว่า 1 แห่ง สามารถยื่นรายงานสรุปผลการดำเนินงานเป็นรายงานรวมหรือแยกแต่ละคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ก็ได้ โดยแจ้งได้ที่ ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน

  2. การเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  3. ของที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า ต้องแยกประเภท เป็นหมวดหมู่และเว้นช่องทางให้สามารถตรวจสอบได้โดยสะดวกและทั่วถึง ต้องแยกสถานที่สำหรับวัตถุดิบ ของที่อยู่ในระหว่างขั้นตอนการผลิต และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปออกไว้เป็นสัดส่วน หากนำของในประเทศมาใช้ร่วมผลิตด้วย ก่อนที่จะนำไปใช้ต้องเก็บแยกไว้โดยเอกเทศ
    การตรวจนับของคงเหลือ กำหนดให้ตรวจนับอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ในกรณีที่ผลการตรวจนับของเจ้าหน้าที่พบว่าวัตถุดิบขาดหายไม่ตรงกับบัญชี และ/หรือมีของที่เก็บรักษาในคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ เกินกำหนด ให้ผู้ประกอบการชำระค่าภาษีอากร และค่าปรับตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่กำกับคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ในกรณีที่ผลการตรวจนับพบว่าวัตถุดิบเกินบัญชีให้ผู้ประกอบการปรับปรุงยอดคงเหลือตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  4. การจัดส่งงบการเงิน
  5. กำหนดให้ผู้ประกอบการจัดส่งงบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ แสดงผลการดำเนินงานประจำปี ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองแล้ว ภายใน 180 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี กับฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  6. การวางหลักทรัพย์ค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ
  7. ในกรณีที่กรมศุลกากรสั่งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน การดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ให้ผู้ประกอบการนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาวางเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งเรื่องจากกรมศุลกากร
    กรณีคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ดำเนินการมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี และผลการดำเนินงานจากงบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับรองว่า เป็นกิจการที่มีกำไรย้อนหลัง 3 ปีบัญชีติดต่อกันและไม่มียอดขาดทุนสะสม ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขอผ่อนผัน การวางค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ที่ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
    กรณีคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ ได้ดำเนินการมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 3 ปี ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์อย่างอื่นในการวางค้ำประกันการดำเนินงานคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ แทนหนังสือค้ำประกันของธนาคารได้ที่ ฝ่ายตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน ส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน
  8. การยื่นสูตรการผลิต
  9. กำหนดให้ผู้ประกอบการยื่นสูตรการผลิต ก่อนการยื่นใบขนสินค้าขาออก หรือการโอน หรือจำหน่ายของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนฯ และต้องยื่นแก้ไขสูตรการผลิตทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ได้ที่ หน่วยงานที่พิจารณาสูตรการผลิต ส่วนคืนอากร และให้คำนวณปริมาณของของซึ่งนำเข้ามาใช้ผลิตเป็นสินค้า ตามสัดส่วนที่ปรากฏในสูตรการผลิตที่เห็นชอบแล้ว เอกสารหลักฐานที่ต้องนำมาแสดงประกอบด้วย
    1. รายชื่อวัตถุดิบ รหัสวัตถุดิบ หน่วยวัตถุดิบ ปริมาณการใช้ วัตถุดิบที่นำเข้า รวมส่วนสูญเสีย (ถ้ามี) หากวัตถุดิบรายการใดมีชื่อทางการค้าให้กำหนดรหัส ลำดับชื่อทางการค้าของแต่ละรายการวัตถุดิบ ทั้งนี้ หน่วยวัตถุดิบต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่รับรองโดยองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อใช้สำหรับการบริหารการค้าและการขนส่ง
    2. รายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผลิต
    3. กรรมวิธีการผลิต พร้อมตัวอย่างวัตถุดิบและตัวอย่างผลิตภัณฑ์ตามควรแก่กรณี ข้อมูลการผลิต แบบพิมพ์เขียว Drawing หรือรูปถ่ายของผลิตภัณฑ์ Size Spec (กรณีเสื้อผ้าสำเร็จรูป) พร้อมทั้ง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีรายละเอียดข้อมูลตามรูปแบบที่กรมศุลกากรกำหนด เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
    4. กรณีผู้ประกอบการยื่นแก้ไขเพิ่มเติมสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้ว ให้ดำเนินการเช่นเดียวกัน และต้องยื่นสำเนาคู่ฉบับสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติแล้วเพื่อพิจารณาด้วย
      ตัวอย่างวัตถุดิบและตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ยื่นพร้อมกับสูตรการผลิต เมื่อได้ทำการพิสูจน์และอนุมัติสูตรการผลิตเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ประกอบการขอรับคืนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการอนุมัติสูตรการผลิต หากไม่รับคืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ฝ่ายตรวจสอบสูตรการผลิต จะดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป

  10. ระเบียบปฏิบัติ ที่เกี่ยวกับคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า
    1. ประกาศกรมศุลกากรที่ 5/2547 ลงวันที่ 13 มกราคม 2547 ระเบียบเกี่ยวกับ คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า
    2. ประกาศสำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรที่ 13/2557 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 เรื่อง การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานของคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าและคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าที่จัดตั้งขึ้นใน เขตคลังสินค้าทัณฑ์บนสำหรับประกอบการค้าเสรีที่ปลอดจากภาระทางภาษีอากร
 




เว็บบราวเซอร์บนอุปกรณ์ของท่านไม่รองรับการแสดงไฟล์ PDF

คลิกตรงนี้เพื่อดาวน์โหลด


 

วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 21 กรกฎาคม 2560 13:59:54
จำนวนผู้เข้าชม : 4,120
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ สำนักสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร (สลท. สสอ.)
กรมศุลกากร เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110
หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2667-7047
อีเมล์ : 82000100@customs.go.th

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ อยู่ภายใต้ประกาศเงื่อนไขการใช้ข้อมูล และลิขสิทธิ์ของกรมศุลกากร การใช้งานข้อมูลใด ๆ บนเว็บไซต์ ให้ใช้ได้ตามที่เว็บไซต์จัดรูปแบบไว้ให้เท่านั้น
ลิขสิทธิ์ 2015 กรมศุลกากร สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด @ออกแบบและพัฒนาโดยส่วนประมวลผลและคลังข้อมูล สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร