มาตรา
๖๑ ของที่อยู่ในอารักขาของศุลกากรในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดัง
ต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นของตกค้าง
(๑) ของนำเข้าที่เป็นสินค้าอันตรายตามชนิดหรือประเภทที่อธิบดีประกาศ
กำหนดตามมาตรา ๖ (๖) ที่ผู้นำของเข้า
มิได้เสียอากร
และนำของออกไปจากเขตศุลกากร
ภายในระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
(๒)
ของนำเข้าอื่นใดนอกจาก (๑) เมื่ออยู่ในอารักขาของศุลกากรถึงสอง เดือน
โดยไม่มีใบขนสินค้าอันได้รับรองและ
ไม่ได้เสียอากรหรือวางประกันค่าอากรที่พึง
เรียกเก็บแก่ของนั้น
ให้อธิบดีมีคำบอกกล่าวไปยังตัวแทนของเรือที่นำของเข้ามา
โดยพลัน
และเมื่อตัวแทนของเรือนั้นได้รับคำบอกกล่าวครบสิบห้าวันแล้ว
การดำเนินการกับของตกค้างตามวรรคหนึ่ง ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพนักงาน
เจ้าหน้าที่ให้ทำลาย หรือนำของนั้นออก
ขายทอดตลาด
หรือสั่งให้ผู้นำของเข้าหรือตัว
แทนของเรือที่นำของเข้าส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร และถ้าไม่มีการปฏิบัติ
ตามให้มีอำนาจสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทำลายได้
โดยผู้นำของเข้าหรือตัวแทนของเรือแล้วแต่
กรณีเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนั้น
ในการสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำลายของตกค้างตามวรรคสอง ให้ดำเนิน
การตามวิธีการที่ปลอดภัยต่อบุคคล สัตว์ พืช
ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม
ถ้าอธิบดีเห็นว่าการขายทอดตลาดตามวรรคสองจะไม่ได้เงินเท่าที่ควร หรือมี
เหตุอันสมควรประการอื่น อธิบดีจะสั่งให้
ขายโดยวิธีอื่นก็ได้
และในกรณีที่การขายทอด
ตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นดังกล่าวจะไม่ได้เงินคุ้มค่าภาษี
หรืออาจจะทำให้เกิดความ
เสีย หายอันไม่สมควรอย่างหนึ่งอย่างใด
ให้จำหน่ายของนั้นตามแต่อธิบดีจะสั่ง
สำหรับของตกค้างตามวรรคหนึ่ง (๑) ให้อธิบดีกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ
และระยะเวลา
เพื่อให้การดำเนินการตาม
อำนาจหน้าที่ในมาตรานี้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดย
คำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นประกอบด้วย
(ความในมาตรา
๖๑ เดิม ถูกยกเลิกไปโดยมาตรา ๙ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๙)
พ.ศ.
๒๔๘๒ แล้วได้บัญญัติเพิ่มขึ้นใหม่โดยข้อ ๑๐ แห่งประกาศของคณะ ปฏิวัติ
ฉบับที่ ๓๒๙ และถูก
ยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.
ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๓๔)
มาตรา ๖๒
ของสดของเสียซึ่งยังมิได้รับมอบไปโดยยื่นใบขนบริบูรณ์ แลมี
อาการแสดงชัดว่าของนั้นบูดเน่าแล้ว
จะทำลายเสียในเวลาใดเวลาหนึ่งภายหลังที่ของนั้น มาถึงสามวันก็ได้
มาตรา
๖๓ เงินที่ได้จากการขายตามมาตรา ๖๑ นั้น ให้หักใช้ค่าภาษี ค่าเก็บ
รักษา ค่าย้ายขน
หรือค่าภาระติดพัน
อย่างอื่นอันค้างชำระแก่กรมศุลกากรเสียก่อน เหลือ
เท่าใดให้ใช้ค่าภาระติดพันต่างๆ
อันสมควรจะได้และค้างชำระแก่ตัวแทน
ของเรือที่นำ ของเข้ามา
เมื่อได้หักใช้เช่นนี้แล้ว ยังมีเงินเหลืออยู่อีกเท่าใดให้ตกเป็นของแผ่นดิน
เว้นแต่ เจ้าของจะได้เรียกร้อง
เอาภายในหกเดือนนับแต่วันขาย
(ความในมาตรา
๖๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๘๓
และถูก
ยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ ๑๑ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับ
ที่ ๓๒๙)
มาตรา ๖๓
ทวิ ในกรณีที่ของตกค้างเป็นของเสียที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
หรือความเสียหายต่อบุคคล สัตว์ พืช
ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม
ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏต่อ อธิบดีว่า
นายเรือรู้เห็นเป็นใจให้นำของเสียนั้นเข้ามาก็ดี หรือนายเรือไม่
อาจพิสูจน์ได้ว่า
ตนได้จัดการเต็มวิสัยที่จะจัดได้เพื่อที่จะสืบค้นให้พบหรือป้องกันการนำของเสียนั้นเข้า
มาทิ้งเป็นของตกค้าง
ก็ดี นอกจากโทษที่มีตามกฎหมายแล้ว
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้รับผิดชอบท่าเรือหรือสนามบินแห่งหนึ่งแห่งใดหรือทุกแห่ง
ในประเทศดำเนินการโดยพลัน
ให้ตัวแทนของเรือที่นำของเสียเข้ามานำของเสียนั้นออกไปนอกราชอาณาจักร
หรืองด การให้
ใช้ท่าเรือหรือสนามบินและบริการต่างๆ
แก่เรือลำนั้นหรือเรืออื่นๆ ทั้งหมดของเจ้า
ของเรือลำนั้นได้ตามระยะเวลาที่จะกำหนด
ตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ
(มาตรา
๖๓ ทวิ นี้ เพิ่มขึ้นโดยมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ.
๒๕๓๔)