หมวด ๕
การนำของเข้า

         มาตรา ๓๘ นายเรือทุกลำที่บรรทุกสินค้า หรือมีแต่อับเฉา ซึ่งมาแต่ภายนอก พระราชอาณาเขต ต้องทำรายงานอัน
ถูกต้องยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่กำหนด ไว้ (ใบแนบ ๑) ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เมื่อเรือมาถึงท่า เมื่อยื่นรายงานนี้
ให้นายเรือ แสดงใบทะเบียนเรือเพื่อตรวจด้วย แลรายงานนี้ต้องทำยื่นก่อนเปิดระวางเรือ เว้นแต่จะได้ รับอนุญาตพิเศษ และถ้า
เรือลำใดมาถึงท่ามีสินค้าต่างประเทศที่ประสงค์จะส่งออกก็ดี หรือจะขนขึ้น ณ ที่อื่นภายในพระราชอาณาจักรก็ดี นายเรือจะต้อง
แถลงข้อความว่าด้วย สินค้านั้นๆ ลงไว้ในรายงานด้วย ถ้าและเรือลำนั้นจะเดินต่อไปยังท่าอื่นภายในพระราชอาณาจักร นายเรือ
จะต้องมีสำเนาเดินทางซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่รับรองแล้วไปด้วย และจะ ต้องแสดงสำเนานี้ในเมื่อทำรายงานขาเข้ายื่น ณ ท่าอื่น
และจะต้องทำดั่งนี้ต่อไปทุกๆ ท่า จนกว่าเรือนั้นจะได้ออกพ้นไปหรือจนกว่าจะได้ถ่ายสินค้าต่างประเทศออกจากเรือหมด แล้ว
แต่กรณี ถ้ามีการทำผิดต่อบทมาตรานี้ด้วยประการใดๆ ท่านว่านายเรือมีความผิดต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทและ
บรรดาของที่มิได้ทำรายงานยื่นไว้โดยถูกต้อง นั้นให้กักไว้จนกว่าจะได้รายงานให้ถูกต้อง หรือจนกว่าจะได้อธิบายเหตุที่ทำการ
ขาดตก บกพร่องนั้นให้เป็นที่พอใจของอธิบดี

         (อัตราโทษในมาตรา ๓๘ นี้ ถูกแก้โดยมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๔๙๗)

         มาตรา ๓๙ ถ้านายเรือรายงานว่า ไม่รู้ว่าในหีบห่อที่ประสงค์จะส่งออกไป กับเรือนั้นมีสิ่งใดบ้าง พนักงานศุลกากร
จะสั่งให้เปิดหีบห่อนั้นออกเพื่อตรวจดูก็ได้ แลถ้า ปรากฏว่าในหีบห่อนั้นมีของซึ่งต้องห้ามมิให้นำเข้ามา ท่านให้ริบของนั้นไว้
เว้นแต่อธิบดี จะอนุญาตให้ส่งออกไปได้

         มาตรา ๔๐ ก่อนที่จะนำของใดๆ ไปจากอารักขาของศุลกากร ผู้นำของเข้า ต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติ
นี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการ ศุลกากร กับต้องยื่นใบขนสินค้าโดยถูกต้อง และเสียภาษีอากรจนครบถ้วนหรือวางเงินไว้
เป็นประกัน การขอวางเงินประกันให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
           ในกรณีที่มีการร้องขอและอธิบดีเห็นว่าของใดมีความจำเป็นที่จะต้องนำ ออกไปจากอารักขาของศุลกากรโดยรีบด่วน อธิบดีมีอำนาจให้นำของนั้นไปจากอารักขา ของศุลกากรได้โดยยังไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่งก่อน แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่
อธิบดีกำหนด และในกรณีที่อาจต้องเสียภาษีอากร ให้วางเงินหรือหลักประกันอย่างอื่น เป็นที่พอใจอธิบดีเพื่อเป็นประกันค่าภาษี
อากรด้วย

         (ความในมาตรา ๔๐ นี้ ถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ ๘ แห่ง ประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๓๒๙)

         มาตรา ๔๑ ถ้ามีความจำเป็นด้วยประการใดๆ เกี่ยวด้วยกับการศุลกากรที่จะ กำหนดเวลาเป็นแน่นอนว่า การนำของ
ใดๆ เข้ามาจะพึงถือว่าเป็นอันสำเร็จเมื่อไรไซร้ ท่านให้ถือว่าการนำของเข้ามาเป็นอันสำเร็จแต่ขณะที่เรือซึ่งนำของเช่นนั้นได้เข้ามา
ใน เขตท่าที่จะถ่ายของจากเรือ หรือท่าที่มีชื่อส่งของถึง

         มาตรา ๔๒ ความในมาตรานี้ถูกยกเลิกโดยมาตรา ๙ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๔๘๒ แล้ว จึงไม่พิมพ์
ลงไว้

         มาตรา ๔๓ ถ้าพ้นเวลาสิบวันนับแต่วันที่เรือมาถึง ยังมีของเหลืออยู่ในเรือก็ ดี หรือยังมีของที่ขนขึ้นบกแล้ว แต่ยังมิได้
ยื่นใบขน หรือยังมิได้ตรวจ หรือยังมิได้ส่งมอบ ไปโดยถูกต้องก็ดี ศุลกากรอาจนำของนั้นมารักษาไว้โดยพลัน และจะเก็บไว้ในที่
มั่นคง โดยให้เจ้าของต้องออกค่าใช้จ่ายก็ได้ บรรดาค่าใช้จ่ายซึ่งอาจรวมทั้งค่าเช่าตามที่รัฐมนตรี กำหนดในกฎกระทรวงนั้น ต้องชำระให้เสร็จก่อนส่งมอบของนั้นไปจากที่รักษา

         (ความในมาตรา ๔๓ นี้ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ. ๒๔๘๓)

         มาตรา ๔๔ ถ้ายังมีของเหลืออยู่ในเรือที่นำของเข้า เมื่อพ้นเวลาเกินกว่ายี่สิบ เอ็ดวัน นับแต่วันที่เรือมาถึงไซร้ พนักงาน
เจ้าหน้าที่อาจกักเรือนั้นไว้ได้จนกว่าจะได้ใช้ค่า ใช้จ่ายในการเฝ้ารักษาตามที่รัฐมนตรีกำหนดในกฎกระทรวง และค่าใช้จ่ายอื่นซึ่ง
จะพึงมี ขึ้นด้วย แต่อธิบดีอาจยกเว้นการเรียกค่าใช้จ่ายนี้ได้ เมื่อได้ยื่นหลักฐานอันสมควร แสดง ให้เห็นว่าการเนิ่นช้านั้น มิอาจ
ที่จะหลีกเลี่ยงเสียได้

        (ความในมาตรา ๔๔ นี้ ถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๐)
พ.ศ.๒๔๘๓)