หมวด ๓
การเสียค่าภาษี

           มาตรา ๑๐ บรรดาค่าภาษีนั้น ให้เก็บตามบทพระราชบัญญัตินี้และตาม กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
การเสียค่าภาษี ให้เสียแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในเวลาที่ ออกใบขนสินค้าให้
               ถ้าค่าภาษีที่ได้เสียไว้ไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่จะต้องเสียจริง กรมศุลกากรมี สิทธิเรียกเก็บส่วนที่ขาดจนครบ แต่ใน
กรณีที่ปรากฏหลังจากที่ได้ปล่อยของไปจาก อารักขาของศุลกากรหรือได้ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วว่า ค่าภาษีที่ได้
เสียไว้ ไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่จะต้องเสียจริง และค่าภาษีที่ขาดมีจำนวนไม่เกินยี่สิบบาทตาม ใบขนสินค้าฉบับหนึ่งๆ อธิบดี
หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายจะสั่งให้งดการเรียกเก็บเพิ่มเติมก็ ได้
               เว้นแต่ในกรณีที่มีการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงอากร สิทธิของกรม ศุลกากรที่จะเรียกเงินอากรที่ขาดเพราะ
เหตุอันเกี่ยวกับชนิด คุณภาพ ปริมาณ น้ำหนัก หรือราคาแห่งของใดๆ หรือเกี่ยวกับอัตราอากรสำหรับของใดๆ นั้นให้มีอายุ
ความสิบปี แต่ในเหตุที่ได้คำนวณจำนวนเงินอากรผิดให้มีอายุความสองปี ทั้งนี้นับจากวันที่นำของ เข้าหรือส่งของออก
               ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีมีอำนาจคืนเงินอากรส่วนที่เสียไว้เกินเฉพาะใน เหตุที่ได้คำนวณเงินอากรผิด โดยไม่จำ
ต้องมีคำเรียกร้องขอคืน แต่มิให้ส่งคืนเมื่อพ้น กำหนดสองปีนับจากวันที่นำของเข้าหรือส่งของออก
               สิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินอากรเฉพาะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึง ต้องเสียจริงเป็นอันสิ้นไปเมื่อครบกำหนด
สองปีนับจากวันที่นำของเข้าหรือส่งของออก แล้วแต่กรณี แต่คำเรียกร้องขอคืนอากรเพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิด คุณภาพ ปริมาณ
น้ำหนัก หรือราคาแห่งของใดๆ หรือเกี่ยวกับอัตราอากรสำหรับของใด ๆ นั้น มิให้รับ พิจารณาหลังจากที่ได้เสียอากรและของนั้นๆ ได้ส่งมอบหรือส่งออกไปแล้ว เว้นแต่ในกรณีที่ได้แจ้งความไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนการส่งมอบหรือส่งออกว่าจะยื่นคำเรียกร้องดังกล่าว หรือในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าพึงต้องรู้อยู่ก่อนส่งมอบหรือส่งออกว่าอากร ที่ชำระไว้นั้นเกินจำนวน ที่พึงต้องเสียสำหรับของที่ส่งมอบหรือส่งออก

           (ความในมาตรา ๑๐ นี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑)
พ.ศ. ๒๔๗๑ และถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทนโดยข้อ ๔ แห่งประกาศของ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๙)

           มาตรา ๑๐ ทวิ ความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่นำเข้าเกิด ขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จ
               ภายใต้บังคับมาตรา ๘๗ และมาตรา ๘๘ การคำนวณภาษีให้ถือตามสภาพ ของ ราคาของ และพิกัดอัตราศุลกากร
ที่เป็นอยู่ในเวลาที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่า ภาษีเกิดขึ้น แต่ในกรณีของที่เก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนให้คำนวณตาม
พิกัดอัตรา ศุลกากรที่ใช้อยู่ในเวลาซึ่งได้ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ไม่ว่าจะ ปล่อยออกไปในสภาพเดิมที่
นำเข้า หรือในสภาพอื่น

           มาตรา ๑๐ ตรี ความรับผิดในอันจะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่ส่งออกเกิด ขึ้นในเวลาที่ส่งของออกสำเร็จ                การคำนวณค่าภาษีให้ถือตามสภาพของ ราคาของ และพิกัดอัตราศุลกากรที่ เป็นอยู่ในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้                การขอคืนค่าภาษีในกรณีที่มิได้ส่งของออกนอกราชอาณาจักร ให้กระทำได้ เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน แต่ไม่เกิน
เก้าสิบวันนับแต่วันที่ออกใบขนสินค้าให้

           (มาตรา ๑๐ ทวิ และมาตรา ๑๐ ตรี นี้ เพิ่มขึ้นโดยข้อ ๕ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับ
ที่ ๓๒๙)

           มาตรา ๑๑ การกำหนดราคาศุลกากรในกรณีนำของเข้าจะต้องรวมค่าประกันภัย ค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า ค่าขนของลง ค่าขนของขึ้นและค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า
              ในกรณีที่ไม่มีมูลค่าของรายการค่าประกันภัย หรือค่าขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า หรือไม่มีค่าขนของลง ค่าขนของขึ้น หรือค่าจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งของที่นำเข้ามายังท่าหรือที่ที่นำของเข้า การกำหนดมูลค่าของรายการดังกล่าวให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด
              (ความในมาตรานี้ยกเลิกโดยมาตรา ๓ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ.๒๕๘๒ และบัญญัติความใหม่ตามมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ.๒๕๔๓)

           มาตรา ๑๑ ทวิ ในกรณีที่พิจารณาเห็นว่า ราคาสำแดงของของที่นำเข้ามีราคาต่ำอย่างปรากฏชัดหรือไม่น่าจะเป็นมูลค่าอันแท้จริงและหากได้มีการกำหนดราคาศุลกากรตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้ราคาและการกำหนดราคาศุลกากรตามความใน (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) และ (จ) ของบทนิยามคำว่า "ราคาศุลกากร" หรือ "ราคา" ในมาตรา ๒ แล้วยังคงมีราคาต่ำอย่างปรากฏชัดหรือไม่น่าจะเป็นมูลค่าอันแท้จริงของของนั้นอีก ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดราคาศุลกากรของของดังกล่าวได้
              (ความในมาตรานี้เพิ่มเติมขึ้นโดยมาตรา ๕ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ.๒๕๔๓)

           มาตรา ๑๒ ถ้าไม่ตกลงในเรื่องราคาศุลกากรสำหรับของ อย่างใด ๆ ให้อธิบดีมีอำนาจที่จะรับ
ของนั้นไว้เป็นค่าภาษี หรือจะซื้อของนั้นไว้ทั้งหมด หรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือกองหนึ่งกองใดในของชนิดหนึ่ง หรือ
ประเภทหนึ่ง เต็มทั้ง ส่วนหรือทั้งกอง ตามราคาที่สำแดงไว้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละสองกึ่ง หรือถ้าไม่รับของไว้เป็นค่า ภาษี หรือ
รับซื้อไว้ดังว่านี้ อธิบดีและเจ้าของต่างมีอำนาจตั้งอนุญาโตตุลาการมีจำนวนเท่า กันแต่ไม่เกินฝ่ายละสองคน เพื่อช่วยให้
ตกลงกันในข้อโต้เถียง
               ถ้าอนุญาโตตุลาการทั้งสองฝ่ายไม่ตกลงกันได้ ให้อนุญาโตตุลาการนั้นๆ ตั้ง ผู้ชี้ขาด และให้เป็นอันยุติถึงที่สุด
ตามคำตัดสินของผู้ชี้ขาดนั้น

           มาตรา ๑๓ บรรดาการชั่งของ การสอบ การตีราคาของ ฯลฯ เพื่อประเมินค่า ภาษี หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นใน
ราชการนั้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในกรมศุลกากรเป็นผู้ทำ