พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา
๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ.
๒๕๓๔
มาตรา
๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา
๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๖) ของมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร
พุทธศักราช ๒๔๖๙
(๖) เพื่อให้การจัดเก็บอากรสำหรับสินค้าอันตรายเป็นไปโดยสอดคล้องกับ
ความปลอดภัยในการขนถ่ายหรือการเก็บ
รักษาสินค้าในเขตศุลกากรแห่งใดแห่งหนึ่ง
เมื่อ
อธิบดีได้หารือกับผู้รับผิดชอบประจำท่าหรือที่หรือสนามบินที่เป็นเขตศุลกากร
แห่งนั้นแล้ว
ให้มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดชนิดหรือประเภทของสินค้า
อันตรายและวิธีการเก็บอากรของสินค้า
ดังกล่าว
ตลอดจนกำหนดเงื่อนไขในการขนถ่าย
การเก็บรักษาสินค้าและการนำสินค้านั้นออกไปจากเขตศุลกากรแห่งนั้น
ทั้งนี้เท่า
ที่ไม่ขัด ต่อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
มาตรา
๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธ ศักราช ๒๔๖๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา
๖๑ ของที่อยู่ในอารักขาของศุลกากรในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดัง
ต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นของตกค้าง
(๑)
ของนำเข้าที่เป็นสินค้าอันตรายตามชนิดหรือประเภทที่อธิบดีประกาศ
กำหนดตามมาตรา ๖ (๖)
ที่ผู้นำของเข้ามิได้ เสียอากร
และนำของออกไปจากเขตศุลกากร ภายในระยะเวลาที่อธิบดีประกาศ
กำหนด
ในราชกิจจานุเบกษา
(๒)
ของนำเข้าอื่นใดนอกจาก (๑) เมื่ออยู่ในอารักขาของศุลกากรถึงสองเดือน
โดยไม่มีใบขนสินค้า
อันได้รับรองและไม่ได้เสียอากรหรือวางประกันค่าอากรที่พึง
เรียกเก็บแก่ของนั้น
ให้อธิบดีมีคำบอกกล่าวไป
ยังตัวแทนของเรือที่นำของเข้ามาโดยพลัน
และเมื่อตัวแทนของเรือนั้นได้รับคำบอกกล่าวครบสิบห้าวันแล้ว
การดำเนินการกับของตกค้างตามวรรคหนึ่ง
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งพนักงาน
เจ้าหน้าที่ให้ทำลายหรือนำของนั้นออกขาย
ทอดตลาด หรือสั่งให้นำของเข้า
หรือตัวแทน ของเรือที่นำของเข้าส่งของออกไปนอกราชอาณาจักร
และถ้าไม่มีการปฏิบัติตาม
ให้มี
อำนาจสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ทำลายได้ โดยผู้นำของเข้าหรือตัวแทนของเรือ
แล้วแต่ กรณี เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในการนั้น
ในการสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำลายของตกค้างตามวรรคสอง
ให้ดำเนิน การตามวิธีการที่ปลอดภัยต่อบุคคล สัตว์ พืช
ทรัพย์สิน
และสิ่งแวดล้อม
ถ้าอธิบดีเห็นว่าการขายทอดตลาดตามวรรคสอง
จะไม่ได้เงินเท่าที่ควรหรือมี เหตุอันสมควรประการอื่น
อธิบดีจะสั่ง
ให้ขายโดยวิธีอื่นก็ได้ และในกรณีที่การขายทอด
ตลาดหรือโดยวิธีอื่นดังกล่าวจะไม่ได้เงินคุ้มค่าภาษีหรืออาจจะทำให้เกิด
ความเสียหายอัน
ไม่สมควรอย่างหนึ่งอย่างใด
ให้จำหน่ายของนั้นตามแต่อธิบดีจะสั่ง
สำหรับของตกค้างตามวรรคหนึ่ง (๑) ให้อธิบดีกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และระยะเวลา
เพื่อให้การดำเนินการ
ตามอำนาจหน้าที่ในมาตรานี้แล้วเสร็จโดยเร็วโดย
คำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นประกอบด้วย
มาตรา ๕
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖๓ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร
พุทธศักราช ๒๔๖๙
มาตรา ๖๓ ทวิ
ในกรณีที่ของตกค้างเป็นของเสียที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
หรือความเสียหายต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม
ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏต่อ
อธิบดีว่านายเรือรู้เห็นเป็นใจให้นำของเสียนั้นเข้ามาก็ดี
หรือนายเรือไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า
ตนได้จัดการเต็มวิสัยที่จะจัดได้เพื่อที่จะสืบค้นให้พบหรือป้องกันการนำของเสียนั้นเข้า
มาทิ้งเป็นของตกค้างก็ดี นอกจากโทษ
ที่มีตามกฎหมายแล้ว
ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้รับ
ผิดชอบท่าเรือหรือสนามบินแห่งหนึ่งแห่งใดหรือทุกแห่งในประเทศดำเนิน
การโดยพลัน
ให้ตัวแทนของเรือที่นำของเสียเข้ามานำของเสียนั้นออกไปนอกราชอาณาจักร
หรืองด การให้ใช้ท่าเรือหรือสนามบิน และบริการต่างๆ
แก่เรือลำนั้นหรือเรืออื่นๆ ทั้งหมดของเจ้า
ของเรือลำนั้นได้ตามระยะเวลาที่จะ กำหนดตามความร้ายแรง แห่งการ กระทำ