พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร
ดังต่อไปนี้
มาตรา
๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่
๑๓) พ.ศ. ๒๔๙๙
มาตรา
๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช
กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา
๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุ ลการ
(ฉบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒
มาตรา ๑๙ ทวิ ของที่ต้องเสียอากรขาเข้าซึ่งผู้นำของเข้า นำเข้ามาเฉพาะ
เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ
อุตสาหกรรมอย่างใดๆ
แล้วจะส่งทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่ง ของที่ผลิตขึ้น หรือผสม
หรือประกอบด้วยของดังกล่าวออกไป
จำหน่ายยังต่างประเทศนั้น
หากผู้นำของเข้าพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจอธิบดีว่า
ของที่ส่งออกไปนั้นผลิตขึ้นหรือผสม หรือ
ประกอบ
ด้วยของที่นำเข้าดังกล่าว
ก็ให้อธิบดีคืนเงินอากรขาเข้าให้เจ็ดในแปดส่วนแห่ง
เงินอากรที่ได้เสียไว้แล้ว
คำนวณตามปริมาณ
ของที่ส่งออกตามเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนดโดย
อนุมัติคณะรัฐมนตรี
แต่การคืนเงินอากรต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งเงื่อนไขที่กำหนด
ไว้ใน มาตรา
๑๙ (ค) (ง) และ
(จ)
ความในวรรคสองของมาตรา ๑๙ นั้น ให้ใช้บังคับแก่การคืนเงินอากรตาม
มาตรานี้ด้วย
มาตรา
๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร
พุทธศักราช ๒๔๖๙
มาตรา ๒๗ ทวิ ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับ
จำนำ
หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของ
อันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดย
หลีกเลี่ยงอากรข้อห้ามหรือข้อจำกัด มีความผิดต้องระวางโทษปรับ
เป็นเงิน
สี่เท่า ราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว
หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ