โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙
จึ่งมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยิน
ยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดั่งต่อไปนี้
มาตรา
๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๘)
พุทธศักราช ๒๔๘๐
มาตรา
๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา
๓ (๑) เพียงที่เกี่ยวแก่การเดินอากาศ คำต่อไปนี้ซึ่งใช้ในพระราช
บัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙
และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ให้มีความหมาย ดั่งต่อไปนี้ เว้นแต่จะมีข้อความแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
เรือกำปั่น หรือ
เรือ ให้มีความหมายรวมถึงอากาศยาน
ท่า
ให้มีความหมายรวมถึงสนามบินศุลกากร
นายเรือ
ให้มีความหมายรวมถึงผู้ควบคุม
ด่านตรวจเรือ
ให้มีความหมายรวมถึงสถานีตรวจอากาศยาน
ทำเนียบท่าเรือ
ให้มีความหมายรวมถึงที่สำหรับบรรทุกของลงในหรือขน
ของขึ้นจากอากาศยาน
เขตน่านน้ำสยาม
ให้หมายความรวมถึงเขตแห่งราชอาณาจักร และอากาศ
เหนือราชอาณาจักร
(๒)
คำว่า อากาศยาน สนามบิน ผู้ควบคุม และ ผู้ประจำหน้าที่
ให้มีความหมายตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย
ว่าด้วยการเดินอากาศ
เว้นแต่จะมีข้อความ
แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
สนามบินศุลกากร ให้หมายความว่า สนามบินที่รัฐมนตรีได้กำหนดขึ้นไว้
ตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นสนามบิน
สำหรับการนำเข้าหรือส่งออก
หรือนำเข้าส่งออก ซึ่งของประเภทใดๆ หรือทุกประเภททางอากาศ
มาตรา
๔ ให้ยกเลิกบทบัญญัติมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธ
ศักราช ๒๔๖๙ และใช้ความ
ต่อไปนี้แทน
มาตรา
๔ เพื่อความประสงค์แห่งการนำของเข้าหรือส่งของออกหรือนำ
ของเข้าและส่งของออกและการศุลกากร
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวง
(๑)
กำหนดท่าหรือที่ใดๆ ในราชอาณาจักรให้เป็นท่าหรือที่สำหรับการนำ เข้า
หรือส่งออกหรือนำเข้าและส่งออก
ซึ่งของประเภทใดๆ หรือทุกประเภททางทะเล
หรือทางบก หรือให้เป็นท่าหรือที่สำหรับการส่งออกซึ่งของที่ขอคืนอากร
ขาเข้าหรือของ ที่มีทัณฑ์บน ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขตามแต่จะเห็นสมควร
(๒) กำหนดสนามบินใดๆ ในราชอาณาจักรให้เป็นสนามบินศุลกากร โดยมี
เงื่อนไขตามแต่จะเห็นสมควร
(๓)
ระบุเขตศุลกากร ณ ท่าใด หรือที่ใด หรือสนามบินใด ซึ่งได้กำหนดไว้
ดั่งกล่าวข้างต้น
มาตรา
๕ ในการเข้าในหรือออกนอกราชอาณาจักร ห้ามมิให้อากาศยานลง
ในหรือขึ้นจากที่ใดนอกจากสนามบิน
ศุลกากร
แต่ในกรณีที่อากาศยานจำต้องลงก่อนมาถึง หรือหลัง แต่ได้ไปจากสนามบิน
ศุลกากรเพราะเหตุสุดวิสัย เมื่อได้
ปฏิบัติตามวิธีที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖
แล้ว ก็ให้ถือ
เสมือนหนึ่งว่าได้ลงในหรือขึ้นจากสนามบินศุลกากรเพื่อความประสงค์
แห่งความใน
วรรคก่อน
มาตรา
๖ ถ้าอากาศยานซึ่งเดินทางเข้าในหรือออกนอกราชอาณาจักรจำต้อง
ลงในที่ใดนอกจากสนามบินศุลกากร
เพราะเหตุสุดวิสัย
ก็ให้ผู้ควบคุมรายงานต่อพนักงาน ศุลกากร
หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยพลัน และเมื่อ
ได้รับคำเรียกร้องก็ให้
แสดงสมุดปูมซึ่งเป็นของอากาศยานนั้นต่อพนักงานที่กล่าวแล้ว
และห้ามมิให้ผู้ควบคุม อนุญาตให้
ขนของใดๆ
ขึ้นจากอากาศยานนั้นโดยมิได้รับความยินยอมของพนักงาน ศุลกากร
และห้ามมิให้ผู้โดยสารหรือผู้ประจำ
หน้าที่ในอากาศยานนั้นออกห่างไปจากที่
นั้น โดยมิได้รับความยินยอมของพนักงานศุลกากร หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือ
ตำรวจ ถ้าที่ที่ลงนั้นเป็นสนามบิน ก็ให้ผู้ควบคุมรายงานต่อเจ้าของ
หรือพนักงานประจำ
สนามบินโดยพลันว่าอากาศยานนั้น
ได้มาลงแล้วและมาจากที่ใด
และให้เจ้าของหรือ
พนักงานประจำสนามบินรายงานต่อพนักงานศุลกากรโดยพลันว่าอากาศยาน
นั้นได้มาลง
และต้องไม่ยอมให้ขนของใดๆ ขึ้นจากอากาศยานนั้น
หรือให้ผู้โดยสารหรือผู้ประจำหน้าที่ในอากาศยานนั้น
ไปจากสนามบิน
โดยมิได้รับความเห็นชอบของพนักงานศุลกากร
มาตรา
๗ ห้ามมิให้ผู้ใดในอากาศยานที่เดินทางเข้าในราชอาณาจักร ทำลาย
หรือเปลี่ยนแปลงตราเครื่องหมายใดๆ
ซึ่งพนักงานศุลกากร ณ
สนามบินซึ่งตนได้จากมา ก่อนเข้าในราชอาณาจักร
ได้ประทับไว้กับส่วนใดของอากาศยานหรือกับของ
ใดในอากาศยานนั้น
มาตรา
๘ เมื่อได้ออกใบปล่อยสำหรับอากาศยานแล้วตามมาตรา ๑๖ แห่ง
พระราชบัญญัตินี้
ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้
รับความยินยอมของพนักงานศุลกากรขนของใดๆ
ที่บรรทุกไว้ในอากาศยานนั้นเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรขึ้นจากอากาศยาน
มาตรา
๙ ในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ ความว่า
อาจตรวจดูสมุดหนังสือ
หรือบันทึกเรื่องราว หรือเอกสารไม่ว่าอย่างใดๆ
ที่เกี่ยว กับสินค้า ให้หมายความรวมถึงว่า
อาจตรวจและสลักหลังเอกสารใดๆ
ทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับ อากาศยาน
หรือกับของที่บรรทุกไว้ หรือจะบรรทุกลงในอากาศยาน
มาตรา
๑๐ ในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙
บทบัญญัติให้วางพนักงานศุลกากร
ลงประจำเรือนั้น
มิให้ใช้บังคับแก่อากาศยาน
มาตรา
๑๑ บทบัญญัติในมาตรา ๒๒, ๒๘, ๓๘, ๔๔, ๔๙, ๕๐, ๕๓, ๕๔, ๕๗ และ ๖๔ ถึง ๘๖
แห่งพระราช
บัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ และบทบัญญัติ
แก้ไขเพิ่มเติมมาตราเหล่านี้มิให้ใช้บังคับแก่การเดินอากาศ
มาตรา
๑๒ ในมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ ความว่า
ในทะเลหรือในแม่น้ำ
ลำคลอง ให้หมายความรวมตลอดถึงที่ใดๆ ในราชอาณา
จักรซึ่งอากาศยานได้ลง
มาตรา
๑๓ ในการใช้บทบัญญัติมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช
๒๔๖๙ บังคับห้ามมิให้
ริบอากาศยานไม่ว่าประเภทใดๆ
มาตรา
๑๔ ให้ใช้บทบัญญัติมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธ ศักราช ๒๔๖๙
บังคับแก่อากาศยาน
ทุกประเภท
มาตรา
๑๕ ผู้ควบคุมอากาศยานทุกลำที่บรรทุกของมาแต่ภายนอกราชอาณา จักร
ต้องทำรายงานอันถูกต้องยื่น
ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายใน
ยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เมื่ออากาศยานมาถึงสนามบินศุลกากร
เมื่อยื่น
รายงานนี้ให้ผู้ควบคุม
ยื่นสมุดปูมและบัญชีของทั้งปวงที่บรรทุกมา
บัญชีนั้นต้องได้ลงลายมือชื่อพนักงาน
ศุลกากรประจำ
สนามบินที่บรรทุกของก่อนเข้ามาในราชอาณาจักร
และรายงานนี้ต้องทำ ยื่นก่อนเปิดระวางอากาศยาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาต
พิเศษ และถ้าอากาศยานลำใดมาถึง สนามบินศุลกากร
มีของต่างประเทศที่ประสงค์จะส่งออกก็ดี หรือจะขนขึ้น ณ ที่อื่นภาย
ในราชอาณาจักรก็ดี ผู้ควบคุมจะต้องแถลงข้อความว่าด้วยของนั้นๆ
ลงไว้ในรายงานด้วย ถ้ามีการทำผิดต่อบทมาตรานี้ด้วย
ประการใดๆ
ผู้ควบคุมมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่ เกินหนึ่งพันบาท
และบรรดาของที่มิได้ทำรายงานยื่นไว้โดยถูกต้อง
นั้นให้กักไว้จนกว่าจะ
ได้รายงานให้ถูกต้อง
หรือจนกว่าจะได้อธิบายเหตุที่ทำการขาดตกบกพร่องนั้นให้เป็นที่
พอใจของอธิบดี
เมื่ออากาศยานใดมิได้บรรทุกของ
ก็ไม่ต้องทำรายงานตามมาตรานี้ แต่ต้อง ยื่นสมุดปูม
เพื่อพนักงานศุลกากร
ตรวจและสลักหลัง
มาตรา
๑๖ ก่อนจะปล่อยอากาศยานลำใดที่บรรทุกของหรือมิได้บรรทุกของ
ออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ผู้ควบคุม
หรือถ้าผู้ควบคุมไม่อยู่โดยเหตุจำเป็นอันจะหลีก เลี่ยงมิได้
ก็ให้ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งได้รับอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ควบคุม
ไปรายงานต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ศุลกสถาน และต้องตอบคำถามใดๆ
ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในข้อ ใดๆ อันเกี่ยวแก่อากาศยาน
ของที่บรรทุก
และการเดินทาง ต้องยื่นสมุดปูมเพื่อพนักงาน ตรวจ
และต้องยื่นใบแจ้งความว่าจะออกไปต่างประเทศต่อพนักงาน
นั้นตามแบบที่อธิบดี
กำหนด เมื่อพนักงานได้ลงลายมือชื่อในใบแจ้งความแล้ว
ก็ให้ถือว่าใบแจ้งความนั้น เป็น
ใบปล่อยให้อากาศยาน
ออกเดินทางไปต่างประเทศได้
ถ้าอากาศยานนั้นบรรทุกของใดๆ
ก็ให้ผู้ควบคุมยื่นบัญชีของและทำคำ
สำแดงรายการของทั้งปวงที่บรรทุกตามแบบ
ที่อธิบดีกำหนด
ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ปล่อยอากาศยานตามอัตราที่แจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ช)
ถ้าอากาศยานลำใดออกจากสนามบินศุลกากรในราชอาณาจักรไปภาคต่าง
ประเทศโดยมิได้มีใบปล่อยอากาศยาน
หรือมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา ๑๗
แห่ง พระราชบัญญัตินี้ ผู้ควบคุม หรือตัวแทนในเมื่อผู้ควบคุมไม่อยู่
มีความผิด
ต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกินพันบาท
อธิบดีมีอำนาจงดเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยอากาศยานที่ตั้งเก็บตามมาตรานี้
มาตรา
๑๗ ถ้าอากาศยานลำใดได้รับใบปล่อยอากาศยาน แล้วออกจาก
สนามบินศุลกากรหนึ่งไปยังสนามบินศุลกากร
อื่นใดในราชอาณาจักร
ให้ผู้ควบคุมยื่น สมุดปูมต่อพนักงานประจำสนามบินนั้นเพื่อตรวจ
และให้ยื่นใบแจ้งความว่าจะออกไป
ต่างประเทศต่อพนักงานนั้นด้วยอีกฉบับหนึ่ง
และถ้าบรรทุกของไว้ในอากาศยานก็ให้ยื่น บัญชีของและสำแดงรายการของที่
บรรทุกด้วยอีกฉบับหนึ่งเช่นกัน กับทั้งให้แสดงใบ
ปล่อยอากาศยานที่พนักงานได้ออกให้ ณ
สนามบินศุลกากรแรกที่อากาศยาน
ได้จากมา นั้นด้วย
และจะต้องทำเช่นนี้ต่อไปทุกๆ สนามบินศุลกากร จนกว่าจะได้รับใบปล่อย
อากาศยานชั้นที่สุดออกนอก
ราชอาณาจักร และทุกๆ คราวที่ทำเช่นนี้
ให้เอาใบปล่อย อากาศยานเพิ่มเติมติดแนบเข้ากับใบปล่อยอากาศยานที่ได้ออกให้
ณ
สนามบินศุลกากร แรกที่อากาศยานได้จากมานั้นด้วย
ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับใบปล่อยอากาศยาน
เพิ่มเติมทุกฉบับ
ตามอัตราที่แจ้งไว้ในใบแนบ ๔ (ช)
อธิบดีมีอำนาจงดเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยอากาศยานที่ตั้งเก็บตามมาตรานี้
มาตรา
๑๘ อธิบดีมีอำนาจสั่งลดหย่อนหรืองดเก็บค่าธรรมเนียมและค่า
ภาระติดพันที่ตั้งเก็บตามมาตรา ๑๑๐
และ ๑๑๑ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร
พุทธศักราช ๒๔๖๙ แก่อากาศยานได้
มาตรา
๑๙ เพื่อสะดวกและให้ทันท่วงทีในการค้า อธิบดีมีอำนาจแก้ไข
เปลี่ยนแปลงรายการแห่งใบแนบ ๑, ๓,
๕ ถึง ๑๓
ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ และใบแนบ ๒
ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ
ศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒)
พุทธศักราช ๒๔๗๒ และกำหนดแบบขึ้นใช้ใหม่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไป
ตามกฎหมาย
ว่าด้วยการศุลกากร
มาตรา
๒๐ ให้ยกเลิกใบแนบ ๔ เพิ่มเติม (ช) ต่อท้ายพระราชบัญญัติ
ศุลกากรแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓)
พุทธศักราช ๒๔๗๔
และให้ใช้ความในใบแนบ ๔ (ช) แนบท้ายพระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา
๒๑ เพื่อสะดวกแก่การคมนาคมระหว่างประเทศในพฤติการณ์พิเศษ
รัฐมนตรีจะมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์
อักษรเฉพาะกรณี ให้อากาศยานใด
หรือบุคคลใดได้รับ ยกเว้นจากบทบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้
ตลอดทั้งบทกฎหมาย
ว่าด้วยการศุลกากรที่ เกี่ยวข้องทั้งหมด
หรือแต่บางส่วนก็ได้ และจะกำหนดเงื่อนไขไว้ในคำสั่งนั้นด้วยก็ได้
มาตรา
๒๒ ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา ๕, ๖, ๗ หรือ ๘
และความผิดนั้นมิได้บัญญัติ
โทษไว้เป็น อย่างอื่นในพระราชบัญญัติศุลกากร
พุทธศักราช ๒๔๖๙ ผู้นั้นต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา
๒๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีหน้าที่รักษาการให้เป็น
ไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจ
ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตาม บทแห่งพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้