พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระ บรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า
โดยที่ทรงพระราชดำริว่า
ของซึ่งส่งมอบไปจากโรงพักสินค้า หรือคลังสินค้า
ที่ได้อนุมัติแล้วตามพระราชบัญญัติ
ศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ นั้น
สมควรต้องเสียค่า ภาษีตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในเวลาที่ส่งมอบของนั้น
และโดยที่ทรงพระราชดำริว่า ราคาที่ประเมินเก็บค่าภาษี ของซึ่งส่งมอบไป
จากคลังสินค้ามีทัณฑ์บนนั้นควรจะต้อง
วิเคราะห์ให้ชัดเจนขึ้นอีก
จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้
มาตรา
๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติศุลกากรแก้ไขเพิ่ม เติม
(ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๔๗๑
มาตรา
๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา
๓ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙
และให้ใช้มาตราใหม่ต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๐ บรรดาค่าภาษีนั้น ท่านให้เก็บตามบทพระราชบัญญัตินี้และ
ตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในเวลานั้นการเสีย
ค่าภาษีนี้ท่านบังคับให้เสียแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเงินที่ชอบด้วยกฎหมายในเวลาที่ออกใบขนสินค้าให้
แต่
ก.
ค่าภาษีที่จะต้องเสียสำหรับของที่ศุลกากรนำมารักษาไว้ตามมาตรา ๔๓
แห่งพระราชบัญญัตินี้
ท่านให้คำนวณ
ตามพิกัดอัตราที่ใช้อยู่ในวันซึ่งศุลกากรได้ตรวจ
มอบของเช่นว่านั้นไปถูกต้องแล้ว
ข.
ค่าภาษีที่จะต้องเสียสำหรับของที่เก็บไว้ในคลังสินค้าที่ได้รับอนุมัติแล้ว
ตามมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัตินี้
ท่านให้คำนวณตามพิกัดอัตราซึ่งใช้อยู่ในวันซึ่งได้
ย้ายของเช่นว่านั้นออกจากคลังสินค้าไปจริง
และถ้ามีเงินที่ได้เสียไว้แล้วเป็นค่าภาษีก่อนวันซึ่งได้ตรวจมอบของไปถูก
ต้อง หรือก่อนวันซึ่งได้ย้ายของไปจริง
ตามที่ว่าใน (ก) และ (ข)
นั้นเป็นจำนวนใดๆ อัน ต่างกับจำนวนค่าภาษีซึ่งจะต้องเสียจริงแล้วไซร้
ก็ให้เสียเงินเพิ่มเติมหรือได้
รับเงินคืน แล้วแต่กรณี
มาตรา
๔ ให้ยกเลิกมาตรา ๘๘ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙
และให้ใช้มาตราใหม่ต่อไปนี้แทน
มาตรา
๘๘ รายการของซึ่งได้จดไว้ดั่งกล่าวมาก่อนนั้นจะได้เป็นรายการ
สำหรับคิดค่าภาษีอันจะต้องเสียสำหรับของ
นั้นในเวลาที่จะได้ส่งมอบของไปในชั้นที่สุด
เมื่อได้ยื่นใบขนสินค้าอันถูกต้อง
และของนั้นจะได้ลงบัญชีและเรียกค่าภาษีเต็มตาม
ปริมาณและราคาที่จดไว้ในรายการนั้น โดยไม่มีการลดหย่อนให้
เพราะเหตุที่ขาดจำนวน แต่อย่างหนึ่งอย่างใด
เว้นแต่ในกรณี
ดังจะกล่าวสืบไปข้างหน้า
ประกาศมา
ณ วันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช 2471 เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาล ปัจจุบัน