หมวด ๑๓
การฟ้องร้อง

          มาตรา ๑๐๐ ในการฟ้องร้องคดีอันเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษี หรือเพราะเหตุพึงริบโดยประการ
อื่นก็ดี หรือเพื่อยึดเอาค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ก็ดี ถ้ามีข้อโต้เถียงเกิดขึ้นว่าค่าภาษีสำหรับของนั้นๆ ได้ส่งชำระถูกต้อง
แล้วหรือหาไม่ หรือว่าของนั้นๆ ได้นำเข้ามา ได้ขนขึ้นจากเรือ ได้ส่งออก ได้บรรทุกลงเรือ ได้ย้ายขนไป ได้เก็บ ได้ขาย
หรือได้จัดการอย่างอื่นโดยชอบด้วยกฎหมายหรือหาไม่ไซร้ ท่านว่าหน้าที่ พิสูจน์ตกอยู่แก่จำเลยทุกคดีไป
          (หมายเหตุ - โปรดดู มาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ.๒๔๙๗ ประกอบด้วย)

             มาตรา ๑๐๑ ในคดีใดๆ อันเกี่ยวด้วยการศุลกากรนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่คน ใดๆ ซึ่งกระทำการโดยอาศัย
อำนาจของอธิบดี อาจยื่นฟ้องและทำการฟ้องหาหรือแก้คดี หรือดำเนินคดีได้ ไม่ว่าในศาลหนึ่งศาลใด

             มาตรา ๑๐๒ ภายในบังคับแห่งมาตรา ๑๐๒ ทวิ ถ้าบุคคลใดจะต้องถูกฟ้อง ตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคล
นั้นยินยอมและใช้ค่าปรับ หรือได้ทำความตกลงหรือทำทัณฑ์บน หรือให้ประกันตามที่อธิบดีจะเห็นสมควรแล้ว อธิบดี
จะงดการฟ้องร้องเสียก็ได้ และการที่อธิบดีงดการฟ้องร้องเช่นนี้ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้กระทำผิดนั้น ในการที่จะถูกฟ้อง
ร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น

             ในกรณีความผิดเกี่ยวกับอากรเล็กๆ น้อยๆ จะออกกฎกระทรวงมอบอำนาจ ให้พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบ
ปรับและงดการฟ้องร้องก็ได้

             ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรที่จะฟ้องบุคคลใดฐานกระทำ หรือยื่นคำสำแดงหรือบันทึกเรื่องราวซึ่งเป็นความเท็จหรือ
เป็นความไม่บริบูรณ์ หรือเป็นความชักพาให้ผิด หลงในรายการใดๆ หรือฐานหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเหลี่ยงด้วย
ประการใดๆ บรรดาการเสียอากรตามจำนวนที่ควรต้องเสีย หรือการกำกัด หรือการห้าม ให้อธิบดีบันทึกความเห็นว่า
เป็นเพราะเหตุใดจึงควรฟ้องผู้กระทำผิด

           (หมายเหตุ - ความในมาตรา ๑๐๒ นี้ แก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๘ แห่ง พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ.๒๔๙๗ แล้ว)

          มาตรา ๑๐๒ ทวิ สำหรับความผิดตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙
ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๑) พุทธศักราช ๒๔๙๐ และมาตรา ๓๑
มาตรา ๓๖ และมาตรา ๙๖ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ และมาตรา ๕ และมาตรา ๑๐ แห่ง
พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พุทธศักราช ๒๔๘๐ ถ้าราคาของกลางรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วเกินกว่าสี่หมื่นบาท
ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนกรมตำรวจ
ที่จะเปรียบเทียบและงดการฟ้องร้อง และการที่คณะกรรมการงดการฟ้องร้องเช่นนี้ ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มกันผู้กระทำผิดนั้น
ในการที่จะถูกฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น

         (มาตรา ๑๐๒ ทวิ นี้ เพิ่มขึ้นโดยมาตรา ๙ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๔๙๗)

             มาตรา ๑๐๒ ตรี ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนและรางวัลตามระเบียบ ที่อธิบดีกำหนด โดยได้รับ
อนุมัติจากรัฐมนตรีในกรณีต่อไปนี้

                          ๑. ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร หรือของต้องห้ามต้องกำกัดในการนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัล ร้อยละ ๕๕ จากเงินค่าขายของกลาง แต่ในกรณีที่มิได้ริบของกลาง หรือของ กลางไม่อาจจำหน่ายได้ ให้หักจ่ายจากเงินค่าปรับ ส่วนรายที่ไม่มีผู้แจ้งความนำ จับให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ ๓๐
                          ๒. ความผิดฐานสำแดงเท็จ ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ ๕๕ จากเงินค่าปรับ แต่ในรายที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ ๓๐
                          ๓. กรณีที่มีการตรวจเก็บอากรขาด และเจ้าหน้าที่ผู้สำรวจเงินอากรตรวจพบ เป็นผลให้เรียกอากรเพิ่มเติมได้ ให้จ่ายเงินรางวัล ร้อยละ ๑๐ ของเงินอากรที่ กรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้

  (มาตรา ๑๐๒ ตรี นี้ เพิ่มขึ้นโดยมาตรา ๙ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๔๙๗)

             มาตรา ๑๐๓ ถ้ามีความจำเป็นที่จะประเมินราคาของใดๆ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดเบี้ยปรับ ท่านว่าราคา
นั้นให้พึงถือเอาตามราคาของชนิดเดียวกัน ซึ่งได้เสียค่าภาษีศุลกากร หรืออากรชั้นในครบถ้วนแล้วตามที่ซื้อขายใน
เวลาหรือใกล้เวลาที่กระทำผิดนั้น แต่ผู้กระทำผิดจะเลือกถือเอาตามราคาที่อธิบดีกำหนดให้ก็ได้

              มาตรา ๑๐๔ ถึงแม้ว่าพระราชบัญญัตินี้จะบัญญัติไว้ประการใดก็ตาม ศาลอาจใช้ดุลพินิจลงโทษผู้กระทำผิด
ให้ใช้เบี้ยปรับนอกจากโทษจำอีกก็ได้ แต่ว่าเบี้ยปรับและกำหนดโทษจำนั้นทั้งสองอย่างต้องไม่เกินอัตราโทษอย่างสูงที่
กำหนดไว้สำหรับ ความผิดนั้นๆ

              มาตรา ๑๐๕ เจ้าของเรือจะต้องรับผิดในทางแพ่งในการใช้เบี้ยปรับ ซึ่งได้ลงโทษปรับนายเรือสำหรับความ
ผิดใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ และโดยทำนองเดียวกันเจ้าของหรือเจ้าสำนักใดๆ จะต้องรับผิดใช้ค่าปรับ
ซึ่งได้ลงโทษปรับตัวแทน หรือผู้ปกครองที่นั้นๆ ซึ่งกระทำการแทนตน หรือควบคุมดูแลผลประโยชน์ของตนนั้น