มาตรา ๘๗ เมื่อได้ยื่นใบขนสินค้า
และได้ขนของขึ้นเพื่อเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนให้พนักงานเจ้าหน้าที่
จดรายการละเอียดแห่งของนั้นไว้
และเมื่อพอใจว่าได้มีการปฏิบัติครบถ้วนตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับแล้ว
ให้เขียน คำรับรองว่า ของนั้นได้เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนถูกต้องแล้ว
(หมายเหตุ - มาตรา ๘๗ นี้ ได้แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๙ ลงวันที่
๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ ข้อ ๑๒ แล้ว)
มาตรา
๘๘ รายการละเอียดแห่งของที่ได้จดไว้ตามมาตรา ๘๗ ให้ใช้
สำหรับประเมินอากรแก่ของนั้น
แต่ในกรณีที่ได้ใช้ของดังกล่าวในการผลิต
หรือผสม ประกอบ บรรจุ หรือดำเนินการอื่นใดในคลังสินค้าทัณฑ์บน
ให้คำนวณปริมาณที่ใช้ไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีเห็นชอบ หรือที่อธิบดีประกาศกำหนด
ให้ยกเว้นการเก็บอากรขาเข้าและอากรขาออกแก่ของที่ปล่อยออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อส่งออก
นอกราชอาณาจักร ทั้งนี้ไม่ว่าจะปล่อยออกไปในสภาพเดิมที่นำเข้าหรือในสภาพอื่น
การปล่อยของออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน หากเป็นการโอนเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนอื่น หรือจำหน่ายให้แก่ผู้นำของเข้าตาม
มาตรา ๑๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒ หรือผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรหรือกฎหมายอื่น
ให้ถือว่าเป็นการส่งออกนอกราชอาณาจักรในเวลาที่ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
การรับของที่ได้โอนจำหน่ายตามวรรคสาม ให้ถือว่าเป็นการนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือนำเข้าสำเร็จในเวลาที่ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
(ความในมาตรา ๘๘ นี้
แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ.๒๕๔๓ แล้ว)
มาตรา
๘๙ บรรดาของที่เก็บในคลังสินค้านั้น ต้องเก็บไว้ในหีบห่อเดิมตาม
ที่ได้นำเข้ามา เว้นแต่ของซึ่งเมื่อ
ได้ขนขึ้นแล้ว
ได้รับอนุญาตให้ย้ายหีบห่อได้ ณ ทำเนียบ ท่าเรือ หรืออนุญาตให้เอาเข้ารวมให้เลือกคัดให้แบ่งแยกกอง
ให้บรรจุ หรือกลับบรรจุ ใหม่ในคลังสินค้า
ในกรณีเช่นนี้ให้เก็บของนั้นไว้ในหีบห่อตามที่เป็นอยู่เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่
จดรายการนั้น
และถ้าของนั้นมิได้เก็บไว้ดังกล่าวนี้ก็ดี
หรือถ้าในภายหลังได้มีการเปลี่ยนแปลง
ทำลงแก่ของหรือหีบห่อ
ที่เก็บไว้นั้นก็ดี
เปลี่ยนแปลงในการบรรจุเข้าหีบห่อ ในคลังสินค้า หรือเปลี่ยนแปลง
เครื่องหมายและเลขหมายหีบห่อก็ดี
หรือถ้าได้ขนย้ายของไปจากห้องในคลังสินค้าซึ่งได้เก็บไว้นั้นก็ดี หากมิได้ทำต่อหน้าและได้อนุญาตของ พนักงาน
เจ้าหน้าที่ไซร้
ท่านว่าของและหีบห่อนั้นให้ริบเสีย เว้นแต่จะเป็นไปเพื่อส่งมอบ ตามใบอนุญาต
หรือคำสั่งหรืออำนาจ
อันถูกต้องสำหรับการนั้น
มาตรา ๙๐
ถ้าผู้ปกครองคลังสินค้าเลินเล่อไม่เก็บของในคลังสินค้าให้มีทางเข้าถึงหีบห่อของทุกห่อได้
โดยสะดวกไซร้
เมื่อได้ทำการเลินเล่อเช่นนี้เป็นครั้งแรก จะได้รับคำตักเตือนตามทางการ
และต่อนั้นไปเมื่อได้กระทำ
การเลินเล่ออีก ท่านว่ามีความผิด
ต้องระวางโทษปรับครั้งหนึ่งๆ ไม่เกินหนึ่งพันบาท
(อัตราโทษในมาตรา ๙๐
นี้ ถูกแก้โดยมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ.
๒๔๙๗)
มาตรา
๙๑ ของใดปรากฏว่าได้เก็บไว้ในคลังสินค้า และเป็นของยังมิได้
ตรวจและส่งมอบถูกต้องถ้า
ผู้ปกครองคลังสินค้าไม่แสดงของนั้นในเมื่อพนักงานเจ้า หน้าที่ศุลกากรร้องขอไซร้
ท่านว่าผู้ปกครองคลังสินค้า
นั้นมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับครั้งหนึ่งๆ
ไม่เกินหนึ่งพันบาทสำหรับหีบห่อหนึ่งๆ ที่ไม่ได้แสดง
นอกจากค่าภาษีที่
ต้องเสียสำหรับของนั้น
(หมายเหตุ - มาตรา ๙๑ นี้ ได้แก้ไขอัตราโทษตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒)
พ.ศ. ๒๔๙๗ แล้ว)
มาตรา
๙๒
ถ้าของใดที่ได้ยื่นใบขนเพื่อเก็บในคลังสินค้า มิได้เก็บให้ถูกต้อง
ตามใบขนก็ดี หรือเมื่อได้เก็บไว้ใน
คลังสินค้าแล้ว
ได้ซ่อนเร้นหรือย้ายขนไปจากคลังสิน ค้าด้วยประการใดๆ
หรือได้รื้อออกจากหีบห่อ หรือย้ายจากหีบห่อ
อันหนึ่ง ไปบรรจุในหีบ
ห่ออีกอันหนึ่ง หรือทำด้วยประการอื่นใดก็ดี เพื่อที่จะปน ย้าย
หรือซ่อนเร้นโดยมิชอบ ด้วยกฎหมาย
ไซร้ ท่านให้ริบของนั้นเสีย
มาตรา ๙๓ ผู้ใดบังอาจลอบเปิดคลังสินค้า
หรือล่วงเข้าไปถึงของที่อยู่ใน คลังสินค้านั้น
เว้นแต่จะได้เข้าไปต่อหน้า
พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในเวลากระทำการ
ตามหน้าที่ ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับครั้งหนึ่งๆ
ไม่เกิน
หนึ่งหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินหกเดือน
(หมายเหตุ - มาตรา ๙๓ นี้ ได้แก้ไขอัตราโทษตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒)
พ.ศ. ๒๔๙๗ แล้ว)
มาตรา
๙๔
อธิบดีไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้นำของเข้า หรือเจ้าของหรือผู้รับตราส่งในเหตุที่เกิด
ความเสียหายขึ้นแก่ของระหว่างที่เก็บอยู่ในคลังสินค้า
เพราะเกิดเพลิงไหม้
หรือเพราะอุบัติเหตุอย่างอื่นอันมิอาจ
หลีกเลี่ยงเสียได้ หรือเพราะเหตุเสียหายไม่ว่าอย่างใดๆ เว้นแต่การเสียหายนั้นจะเกิดจากความจงใจละเลย
หรือการกระทำ
หรือละเว้นกระทำ ของพนักงานในเวลากระทำการตามหน้าที่
มาตรา
๙๕ ถ้าของใดที่เก็บในคลังสินค้า หรือที่ยื่นใบขนเพื่อเก็บในคลังสินค้าหรือที่ยื่นใบขนเพื่อรับมอบ
ไปจากคลังสินค้านั้นสูญหาย
หรือถูกทำลายโดยอุบัติเหตุอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงเสียได้
ในขณะที่อยู่บนเรือก็ดี หรือในเวลา
ย้ายถอนขนขึ้นก็ดี ในเวลารับเข้าเก็บในคลังสินค้า หรือเวลาที่อยู่ในคลังสินค้าก็ดี
ท่านว่าอธิบดีอาจยกเว้นค่า ภาษีที่
จะต้องเสีย
หรือคืนค่าภาษีที่ได้เสียแล้วสำหรับของนั้นได้
มาตรา ๙๖
ถ้าในเวลาใดเวลาหนึ่ง
ปรากฏว่าของในคลังสินค้ามีปริมาณน้อยลงกว่าที่จดไว้ในใบขนสินค้า
เดิมเมื่อนำของนั้นเข้าเก็บ และปริมาณที่ต่างกันนี้ไม่มีเหตุผลปรากฏในบันทึกของพนักงานก็ดี
หรือไม่ปรากฏในเหตุ
ที่อธิบดีหากได้เห็นสมควร
อนุญาตมิให้ต้องคิดค่าภาระติดพันนั้นก็ดี
ท่านให้ถือว่าของตามปริมาณที่ต่างกันอันแสดง
เหตุมิได้นั้น
เป็นของที่ได้ย้ายขนไปโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงาน และให้ใช้บท
บัญญัติมาตรา ๒๗ บังคับแก่
กรณีเช่นกล่าวนี้
มาตรา
๙๗ ของใดที่เก็บในคลังสินค้าแห่งหนึ่งนั้น
จะย้ายไปเก็บในคลังสินค้าแห่งอื่นใดในพระราชอาณาจักร
ก็ได้
โดยปฏิบัติตามข้อบังคับสำหรับกรมอันอธิบดีจะได้ตั้งขึ้นไว้
มาตรา
๙๗ ทวิ ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า มีของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของที่หลีกเลี่ยงค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม
หรือของที่มิได้รับอนุญาตให้นำเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง หรือเพื่อตรวจสอบเอกสาร
หรือของใด ๆ รวมทั้งตรวจค้นโรงงาน อาคาร ยานพาหนะ และบุคคลซึ่งอยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น
(หมายเหตุ - ความในมาตรา ๙๗ ทวิ นี้ได้บัญญัติเพิ่มเติมขึ้นโดยมาตรา ๗ แล้ว พ.ร.บ.ศุลกากร
(ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๔๓)