หมวด ๑ ทวิ
คณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากร

          (หมวด ๑ ทวิ ทั้งหมวด เพิ่มขึ้นโดยมาตรา ๓ แห่ง พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ (พ.ศ.๒๕๒๘))

          มาตรา ๒ ทวิให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากร ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ
อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เลขาธิการคณะ กรรมการกฤษฎีกา และผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนสามคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลังเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

          มาตรา ๒ ตรีให้กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๒ ทวิ มีวาระ อยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งเป็น กรรมการอีกได้

          มาตรา ๒ จัตวา นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๒ ตรี กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้น
จากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออก
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิด
       ที่ได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
        ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้รัฐมนตรีแต่งตั้ง ผู้อื่นเป็น กรรมการแทน
        กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคสอง อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนด เวลาของผู้ซึ่งตนแทน

          มาตรา ๒ เบญจ การประชุมคณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากรต้องมี กรรมการมาประชุมไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม
            ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม
            มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน
            ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

          มาตรา ๒ ฉ ให้กรรมการในคณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากร เป็นเจ้าพนักงาน
ตามประมวลกฎหมายอาญา

          มาตรา ๒ สัตต คณะกรรมการตามมาตรา ๒ ทวิ มีอำนาจดำเนินการ

(๑) กำหนดขอบเขตในการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาในการตรวจสอบและประเมิน ภาษีอากร
(๓) วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับภาษีอากรที่กรมศุลกากรขอความเห็น
(๔) ให้คำปรึกษาหรือเสนอแนะแก่รัฐมนตรีในการจัดเก็บภาษีอากร
            การกำหนดตาม (๑) และ (๒) เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตาม
           คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอากรศุลกากรตาม (๓) ให้เป็นที่สุดและในกรณี ที่มีการเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยในภายหลัง คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงนั้นมิให้มีผลใช้บังคับย้อนหลัง เว้นในกรณีที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัย ก็ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามคำพิพากษาในส่วนที่เป็นโทษย้อนหลังได้เฉพาะบุคคลซึ่งเป็นคู่ความในคดีนั้น

          มาตรา ๒ อัฏฐ กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดที่ ต้องวินิจฉัยตามมาตรา ๒ สัตต (๓)
จะเข้าร่วมประชุมหรือลงมติในเรื่องนั้นมิได้